ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : ไม่พบทุจริต เนตร นาคสุข ไม่ฟ้อง บอส ขับรถชน ตร.เสียชีวิต

ข่าวภาคค่ำ - คณะกรรมการอัยการ มีมติเอกฉันท์ลดโทษให้ "เนตร นาคสุข" อดีตรองอัยการสูงสุด จาก ปลดออก เป็น ให้ออกราชการ กรณีกลับคำสั่งไม่ฟ้อง บอส อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต และยังคงให้รับบำเหน็จ-บำนาญ ตามปกติ คุณสุธาทิพย์ ผาสุข มีรายงานเรื่องนี้

คดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหาในคดีขับรถหรูชนตำรวจจราจร สน.ทองหล่อ เสียชีวิต ปี 2555 กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้ง เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง มีมติเอกฉันท์ ลดโทษให้ นายเนตร นาคสุข อดีตรองอัยการสูงสุด ซึ่งเป็นผู้ที่เซ็นกลับคำสั่งฟ้องนายวรยุทธ เป็นไม่ฟ้องคดี จากไล่ออกเป็นให้ออกจากราชการแทน หลังทำผิดระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุด จนเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการ

การพิจารณาบทลงโทษเหลือเพียงให้ออกจากราชการที่เกิดขึ้นในวันนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาจากประวัติการรับราชการของนายเนตร ซึ่งไม่เคยถูกลงโทษในการกระทำความผิดทางวินัยมาก่อน ประกอบกับไม่ปรากฎพยานหลักฐานที่บ่งชี้ว่า นายเนตร ผู้ถูกกล่าวหานั้น ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ จึงทำให้หลังจากนี้ นายเนตร ยังสามารถได้รับบำเหน็จ-บำนาญตามปกติ

หากย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ คดีนี้ถือเป็นคดีที่สร้างความสั่นคลอนศรัทธาประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างรุนแรง เพราะมีข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าตำรวจ ทนาย และอัยการ ร่วมด้วยช่วยกันทำสำนวนอ่อน หวังช่วยเหลือผู้ต้องหา ซึ่ง นายวิชา มหาคุณ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนายวรยุทธ ได้ให้ความเห็นว่า คดีนี้มีการทำสำนวนอันเป็นการสมยอมไม่สุจริต ร่วมมือกันแบบทฤษฎีสมคบคิด ทำให้สำนวนเสียไปตั้งแต่ต้น ตอกย้ำให้เห็นถึงผลพวงการตัดสินโดยใช้ดุลพินิจ แม้นายเนตรจะยืนยันว่า การสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ ได้พิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวน ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

ตามกระบวนการลงโทษทางวินัยขององค์กรภายใน ณ เวลานี้ ถือว่าสิ้นสุดแล้ว แต่ในส่วนขององค์กรภายนอกซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตในทางอาญา ยังคงต้องดำเนินต่อไป

ส่วนกรณีของอดีตอัยการอาวุโส ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องในการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถของนายวรยุทธ ในสำนวนความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ จาก 179 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็น 79 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทางคดี เวลานี้คณะกรรมการอัยการได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้ว มี นายประพัฒน์พงศ์ สุคนธ์ อธิบดีอัยการสำนักงานคดีปกครอง เป็นประธานสอบ แต่จะเป็นความผิดสถานใด ยังต้องรอดูผลสอบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งกำหนดกรอบระยะเวลาไว้ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน