ห้องข่าวภาคเที่ยง

เมียนมาโจมตีทหารกะเหรี่ยง อีกระลอก จ.ตาก

ห้องข่าวภาคเที่ยง - หลังจากเมื่อวานนี้กองกำลังทหารกะเหรี่ยง ได้ปะทะกับทหารเมียนมาอย่างดุเดือด เสียงปืนเสียงระเบิดดังถึงฝั่งไทย จนทำให้ชาวบ้านต้องหาที่หลบภัย จนถึงขณะนี้ยังคงมีการปะทะอยู่ ทำให้มีผู้อพยพหนีสงครามข้ามแดนมาเพิ่มอีก 138 คน

เป็นสถานการณ์ต่อเนื่องจากช่วงบ่ายวานนี้ ที่กองกำลังกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ชุดกองร้อยเคลื่อนที่เร็วที่ 3 กองพัน 103 กองพลน้อยที่ 6 และกลุ่มพันธมิตร ได้บุกเข้าโจมตีฐานที่มั่นของทหารเมียนมากองพันเคลื่อนที่เร็ว 559 บก.ควบคุมยุทธการที่ 13 ที่ประจำการอยู่ที่หมู่บ้านทิบาโบ อำเภอซูการี จังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา ฝั่งตรงข้ามกับหมู่บ้านหมื่นฤาชัย หมู่ที่ 5 ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก โดยเสียงระเบิดและเสียงปืนรวมถึงกองทัพเมียนมาได้ใช้การโจมตีทางอากาศ ทำให้เสียงดังสนั่นจนได้ยินมาถึงฝั่งไทย พร้อมกันนี้มีชาวบ้านฝั่งเมียนมา ขออพยพหนีภัยสงครามชั่วคราวมาอยู่ฝั่งไทย และพักอยู่ที่สำนักสงฆ์บ้านมอเกอร์ไทย หมู่ที่ 1 ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก

ต่อมาทั้งสองฝ่ายได้หยุดปะทะกันในช่วงค่ำ เนื่องจากมีฝนตกหนัก โดยมีรายงานข่าวทางทหารว่า ทั้งสองฝ่ายมีทหารบาดเจ็บและล้มตายจำนวนมาก หลังจากนั้นในกลางดึกเวลาประมาณ 03.00 น. ได้เกิดการปะทะอีกครั้งเสียงยังดังมาถึงฝั่งไทย จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้มีชาวบ้านฝั่งเมียนมา จำนวน 138 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิงซึ่งมีบ้านเรือนอยู่ในพื้นที่สู้รบต้องหนีตายอพยพข้ามมาขอหลบภัยในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว

ต่อมาในช่วงเช้าที่ผ่านมาเหตุการณ์ได้สงบลงอีกครั้ง ผู้อพยพต่างสมัครใจกลับฝั่งเมียนมา แม้ในพื้นที่ยังไม่ปลอดภัย แต่ผู้อพยพห่วงทรัพย์สินของมีค่าภายในบ้านฝั่งเมียนมาจะสูญหาย เนื่องจากไม่มีใครเฝ้าบ้านในพื้นที่ใกล้แนวปะทะ ส่วนฝ่ายความั่นคงของไทยได้มีการเพิ่มความเข้มวงดในการลาดตระเวนตลอดแนวชายแดนอย่างเข้มงวด

นอกจากนี้มีรายงานผู้ที่หนีการสู้รบ ข้ามมาหลบภัยชั่วคราวในพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวอำเภออุ้มผาง จังหวัดตากจำนวน 3 แห่ง เป็นจำนวน 551 คน ได้แก่ จุดที่ 1.บ้านเซอทะ ตำบลหนองหลวง จำนวน 210 คน จุดที่ 2.บ้านหนองหลวง ตำบลหนองหลวง จำนวน 200 คน และ จุดที่ 3.บ้านเลตองคุ ตำบลแม่จัน จำนวน 141 คน ซึ่งทางการไทยได้ดูแลผู้หนีภัยการสู้รบตามหลักมนุษยธรรม โดยศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดตากยังได้ขอความร่วมมือประชาชนงดเดินทางเข้าไปยังพื้นที่เสี่ยงภัยอีกด้วย