เช้าข่าว 7 สี

เรียก อัจฉริยะ สอบกรณีร้องเอาผิด 4 นายตำรวจ

เช้าข่าว 7 สี - ประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริง 4 นายตำรวจที่ทำคดีแตงโม นิดา เชิญนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ให้ปากคำในวันนี้ ยืนยันจะตรวจสอบด้วยความโปร่งใส แม้จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจกับผู้บัญชาการตำรวจภูธภาค 1 ก็ตาม

พลตำรวจเอกมนตรี ยิ้มแย้ม ที่ปรึกษาพิเศษสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริง ที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่งตั้งขึ้นมาตามที่ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม ยื่นหนังสือร้องเรียน ขอให้ดำเนินการสอบสวนวินัย 4 นาย ที่ทำคดีการเสียชีวิตของดาราสาว แตงโม นิดา เนื่องจากเห็นว่าไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

โดย พลตำรวจเอกมนตรี กล่าวว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เชิญ นายอัจฉริยะ และ พันตำรวจเอกจาตุรนต์ อนุรักษ์บัณฑิต ผู้กำกับการ สภ.เมืองนนทบุรี เข้าให้ถ้อยคำในวันนี้ ซึ่งการสอบสวนจะดำเนินการไปตามประเด็นที่นายอัจฉริยะ ร้องเรียน โดยในส่วนของนายอัจฉริยะ จะสอบสวนในประเด็นที่ติดใจสงสัย รวมถึงพยานหลักฐานที่อ้างถึง

ส่วนพันตำรวจเอก จาตุรนต์ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี จะสอบสวนตามความรับผิดชอบในคดี ส่วนนายตำรวจที่เหลืออีก 3 นาย คือ พลตำรวจโท จิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พลตำรวจตรี วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 และ พลตำรวจตรี ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี ได้ทำหนังสือแจ้งเข้ามาให้ข้อมูลแล้ว

การสอบสวนจะใช้เวลาตามกรอบระยะเวลาคือ 30 วัน ก่อนจะสรุปผลการตรวจสอบว่า มีความผิดตามข้อร้องเรียนหรือไม่มีความผิด พร้อมกับเสนอบทลงโทษให้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาสั่งการ

แต่หากตรวจสอบพบพยานหลักฐานใหม่ ก็สามารถเสนออัยการนำเข้าประกอบสำนวนได้ ไม่ถือเป็นความบกพร่องของพนักงานสอบสวนที่ตรวจไม่พบตั้งแต่ต้น ยืนยันว่าการตรวจสอบทำด้วยความโปร่งใส แม้เป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ​รุ่นเดียวกับ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1

ขณะที่พลตำรวจโทจิรพัฒน์ ภูมิจิตร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ระบุว่า มั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการฯ ว่าจะเชิญตนเองไปให้ถ้อยคำฯ หรือจะให้ถ้อยคำเป็นเอกสาร ซึ่งก็พร้อมดำเนินการทั้งหมด มองว่า การตรวจสอบเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้สังคมการคลายข้อสงสัย ขอยืนยันว่า การสืบสวนสอบสวนจะทำไปตามความรู้สึก หรือความคิดไม่ได้ ต้องดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน โดยเฉพาะในคดีนี้ต้องฟังความเห็นของแพทย์ผู้ตรวจพิสูจน์เป็นหลัก

และก็ไม่กังวล ไม่เสียกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะทำงานด้วยความมั่นใจ ในการดำเนินคดีตามกรอบของกฎหมาย ส่วนประเด็นที่ถูกร้องเรียนมาใน 4-5 ประเด็นนั้น สามารถชี้แจงได้หมด ส่วนจะแจ้งดำเนินคดีกลับหรือไม่นั้น ยังไม่ขอพูดถึงในตอนนี้

เช่นเดียวกับพันตำรวจเอกจาตุรงค์ อักษรบัณฑิต ผู้กำกับการ สภ.เมืองนนทบุรี เปิดเผยสั้น ๆ ว่า ได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ เช่นกันในข้อหาหมิ่นประมาทฯ ยืนยันว่า ตำรวจชุดทำงานทำตามกฎหมาย เพราะเป็นคดีสำคัญอยู่ในความสนใจของประชาชน คงไม่มีใครทำคดีตามใจนายอัจฉริยะ

ทีมข่าวช่อง 7HD ได้สอบถามนายอัจฉริยะ ถึงประเด็นที่จะเข้าให้ปากคำในวันนี้ นายอัจฉริยะ บอกว่า มั่นใจหลักฐานที่มีอยู่จะสามารถเอาผิดเจ้าหน้าที่ ที่ทำคดีไม่รัดกุม เช่น กรณีไม่ตรวจสารเสพติดผู้ต้องหาที่อยู่บนเรือบางคน การไม่ตรวจสอบยาคลายเครียดที่พบในร่างกายของแตงโม ให้ชัดเจนว่า แพทย์จากโรงพยาบาลใดเป็นผู้สั่งจ่าย กระทั้งมาพบว่าเป็นยาชนิดเดียวกันกับที่แพทย์พบในร่างกายของ นายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือ ปอ รวมถึงข้อพิรุธกรณีการค้นหาพยานหลักฐาน เช่น แก้วไวน์ ที่เจ้าหน้าที่หาไม่เจอในการตรวจสอบครั้งที่ 1-4 แต่กลับมาตรวจพบครั้งที่ 5