สนามข่าว 7 สี

พบน้ำมันเถื่อนวางขายเกลื่อนริมถนน อ.สะเดา จ.สงขลา

สนามข่าว 7 สี - เจ้าหน้าที่ประจำด่านพรมแดนสะเดา จังหวัดสงขลา ตรวจรถบรรทุกที่ผ่านพรมแดนจากประเทศมาเลเซีย อย่างละเอียด ป้องกันการลักลอบขนน้ำมันหนีภาษี หรือน้ำมันเถื่อน เข้ามายังประเทศ หลังราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น เบนซิน 95 แตะลิตรละ 50 บาท แต่ในมาเลเซีย สูงสุดเพียงลิตรละ 32 บาท แต่พบว่าขณะนี้เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้านำน้ำมันเถื่อนกลับมาวางขายริมถนนแล้วอีกครั้ง 

พบน้ำมันเถื่อนวางขายเกลื่อนริมถนน อ.สะเดา จ.สงขลา
โดยหลังจากน้ำมันในประเทศไทย ขยับราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง จนทำให้ขณะนี้ราคาน้ำมันเบนซิน 95 แตะที่ลิตรละ 50 บาท 36 สตางค์ ส่วนน้ำมันดีเซล ลิตรละ 31 บาท 94 สตางค์ ส่วนราคาน้ำมันดีเซลในประเทศมาเลเซีย ขณะนี้เฉลี่ยลิตรละ 26-28 บาทต่อลิตร ราคาขยับขึ้นลงในแต่ละวัน ส่วนเบนซิน 95 ปกติ ลิตรละ 28 บาท และหากเป็นเบนซิน 97 เกรดดีขึ้นมา ลิตรละ 32 บาท

ทำให้ขณะนี้พบว่า บริเวณด่านพรมแดนปาดังเบซาร์ ในพื้นที่ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ห่างพรมแดนสะเดา ประมาณ 25 กิโลเมตร เริ่มมีพ่อค้าแม่ค้า นำน้ำมันหนีภาษี หรือน้ำมันเถื่อน กลับมาลักลอบขายอีกครั้งตามริมถนน หลังจากห่างหายไปแล้วระยะหนึ่ง เนื่องจากโควิด-19 ระบาด 

โดยพ่อค้าแม่ค้ารายใหญ่จะนำน้ำมันใส่แกลลอนสีขาวขุ่น วางเรียงไว้ในศาลาริมถนน โดยมีซุ้มเล็ก ๆ วางขวดน้ำมันเป็นสัญลักษณ์ ซึ่งพบว่ามีรถกระบะ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ของประชาชนในพื้นที่ แวะเวียนเข้าไปเติม และซื้อใส่แกลลอนไม่ขาดสาย

ขณะที่ริมถนนบางจุดมีการน้ำมันเบนซิน 95 หนีภาษี ใส่ขวดแบ่งขาย ขวดละ 1 ลิตร ราคา 33 บาท

ศุลกากรนำทีมตรวจเข้ม สกัดน้ำมันเถื่อน ด่านพรมแดนสะเดา จ.สงขลา
ขณะที่ด่านพรมแดนสะเดา จังหวัดสงขลา ติดกับรัฐเกอดะฮ์ ประเทศมาเลเซีย ช่วงนี้มีรถบรรทุกขนส่งสินค้าผ่านเข้า-ออกด่านฯแห่งนี้ ประมาณเกือบ 1,000 คันต่อวัน ​เพิ่มขึ้นจากเดิมที่เปิดด่านพรมแดนช่วงแรก ๆ หลังโควิด-19 ระบาด

เจ้าหน้าที่ศุลกากร และเจ้าหน้าทรี่ตรวจคนเข้าเมือง ตรวจรถบรรทุกทุกคันเข้มงวด เพื่อป้องกันการลักลอบขนน้ำมันหนีภาษี หรือน้ำมันเถื่อนจากประเทศมาเลเซีย เข้ามายังประเทศไทย แต่ปรากฏว่าตั้งแต่ด่านพรมแดนเปิด ยังไม่พบว่ามีการลักลอบขนน้ำมันเถื่อน ซึ่งขณะนี้ขบวนการดังกล่าวลดน้อยลง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจเข้มงวด และทางการมาเลเซีย ก็ควบคุมรถจากไทยที่จะขับเข้าไปเติมน้ำมันจากปั๊มน้ำมันในมาเลเซีย เช่นกัน เพื่อสำรองไว้ในใช้ในประเทศมาเลเซีย

สำหรับรถบรรทุกที่ลักลอบขนน้ำมันเถื่อน จะดัดแปลงถังน้ำมันใต้ท้องรถให้มีขนาดใหญ่มากขึ้น จากเดิมที่บรรจุได้ 400-500 ลิตร เป็นบรรจุได้ 800-1,000 ลิตร รวมทั้งรถยนต์ก็ดัดแปลงสภาพ เพิ่มถังน้ำมันเช่นกัน

ขณะที่คนขับรถบรรทุกส่งสินค้า เผยว่า ก่อนหน้านี้มีรถบรรทุกด้วยกัน รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล ที่มีทั้งรถเก๋ง และรถกระบะ ที่ลักลอบขนน้ำมันหนีภาษี แต่ละวันจะผ่านด่านพรมแดนหลายรอบ ซึ่งรถบรรทุกบางคันใช้ถังน้ำมันเดิม แต่ถ่ายเทน้ำมันให้เหลือน้อย จากนั้นไปเติมน้ำมันในประเทศมาเลเซีย แล้วขับกลับมาไทย ก่อนถ่ายเทน้ำมันให้ลูกค้า แต่บางคันก็ดัดแปลงโดยเพิ่มถังน้ำ ส่วนรถยนต์จะดัดแปลงถังน้ำมันให้มีขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น แต่ปัจจุบันขบวนการเหล่านี้แทบไม่เหลือแล้ว