เช้านี้ที่หมอชิต

หวั่นราคาน้ำมัน-วัตถุดิบ บั่นทอนอุตสาหกรรมอาหาร

เช้านี้ที่หมอชิต - ภาคอุตสาหกรรมอาหาร หวั่นราคาเชื้อเพลิง และต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง รวมทั้งภาวะเงินเฟ้อสูง ซึ่งกำลังเกิดขึ้นทั่วโลกจะบั่นทอนกำลังซื้ออาหารในตลาดโลก

ภาพรวมการส่งออกอาหารไทย ช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 28.8% คิดเป็นมูลค่า 286,000 ล้านบาท เนื่องจากประเทศคู่ค้านำเข้าสินค้าอาหารเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หลังหลายชาติกลับมาเปิดประเทศสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ ได้แก่ ไก่, ข้าว, น้ำตาลทราย และเครื่องปรุงรส

นางอนงค์อนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร ระบุ ยังต้องติดตามปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่ออุตสาหกรรมอาหาร อาทิ การส่งออกไปตลาดจีนที่เริ่มขยายตัวต่ำ จากนโยบาย "Zero-Covid", ราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น, เสถียรภาพค่าเงินบาท และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทั่วโลก เหล่านี้ล้วนบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่วนแนวโน้มการส่งออกอาหารไทยช่วงที่เหลือคาดว่าจะมีมูลค่า 913,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.4%

ด้าน ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ชี้รัฐบาลเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจในกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME หลังผลสำรวจความเชื่อมั่นพบว่าผู้ประกอบการขนาดเล็กมีความเชื่อมั่นอยู่ระดับ 60.6% ต่างจากผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ซึ่งความเชื่อมั่นอยู่ที่ระดับสูงเกือบเท่าตัว สะท้อนให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำ สาเหตุเพราะผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่ทำธุรกิจส่งออกจึงได้รับลผลกระทบไม่รุนแรงเท่ารายเล็กที่ต้องเผชิญกับปัญหาขาดสภาพคล่อง ซ้ำร้ายช่วงนี้กำลังซื้อหดหาย ต้องปิดกิจการไปจำนวนมาก

ด้าน กระทรวงพาณิชย์ โดย นายวัฒนศักดิ์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน จัดกิจกรรมกระตุ้นตลาดผลไม้และสินค้าชุมชน ผ่านการจัดงาน "ตลาดเที่ยวได้สไตล์ไทย ๆ" หรือ Village to Town ขนสินค้าชุมชนและผลไม้มาวางจำหน่ายภายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำกลางกรุง หวังเพิ่มช่องทาง เพิ่มโอกาส กระจายสินค้าชุมชนบรรเทาความเดือดร้อน เนื่องจากบางพื้นที่ซึ่งเคยมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมเยือน ทุกวันนี้ยังคงเงียบเหงา