สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

กรมควบคุมโรค เฝ้าระวังฝีดาษลิง

สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - กรมควบคุมโรคเฝ้าระวัง โรคฝีดาษลิง ติดจากสัตว์สู่คน แม้ว่าส่วนใหญ่จะหายเอง แต่เป็นอันตรายต่อเด็ก ซึ่งในประเทศแอฟริกา พบอัตราการเสียชีวิตในเด็กแล้วประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์

นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า โรคฝีดาษลิง ไม่ใช่โรคเกิดใหม่ เคยระบาดมาแล้วกว่า 20 ปี โดยมีสัตว์ตระกูลลิง และสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะ นำเชื้อไวรัสมาสู่คน เช่น กระรอก, หนูป่า เป็นต้น

สำหรับคน สามารถติดโรคนี้ได้จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง ตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือถูกสัตว์ที่ติดเชื้อกัดข่วน รวมทั้งการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ ส่วนกรณีติดเชื้อจากคนสู่คน มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย แต่ก็ต้องระวัง การสัมผัสสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ หรือสัมผัสผิวหนังที่เป็นตุ่ม รวมทั้งอุปกรณ์ที่มีการปนเปื้อนเชื้อ

กรณีรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย จะมีระยะฟักตัวประมาณ 7-14 วัน และอาจนานถึง 21 วัน เริ่มต้นจะมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโต หนาวสั่น อ่อนเพลีย จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณแขนขา อาจเกิดขึ้นบนใบหน้า และลำตัว ต่อมาผื่นจะกลายเป็นตุ่มหนอง และในระยะสุดท้าย ตุ่มหนองจะตกสะเก็ดหลุดออกมา

ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะหายจากโรคได้เอง ยกเว้นในเด็กที่มักจะมีอาการรุนแรง ซึ่งในประเทศแอฟริกา พบอัตราการเสียชีวิตในเด็กแล้ว ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ สำหรับแนวทางการป้องกัน ต้องระวังการสัมผัสสารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือสัตว์ป่า, เลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ, หมั่นล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์, ไม่ควรนำสัตว์ป่ามาเลี้ยง หรือนำเข้าสัตว์จากต่างประเทศ โดยไม่ผ่านการคัดกรองโรค และหากเดินทางกลับจากประเทศที่เป็นเขตติดโรค ต้องทำการคัดกรอง และเฝ้าระวังอาการจนครบ 21 วัน 

อธิบดีกรมควบคุมโรค ย้ำว่า ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคฝีดาษลิงที่เฉพาะเจาะจง แต่สามารถควบคุมการระบาดได้ ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้ทรพิษ ช่วยป้องกันโรคฝีดาษลิงได้ 85 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เกิดหลังปี 2523 หรืออายุต่ำกว่า 42 ปี จะไม่เคยรับการฉีดวัคซีนไข้ทรพิษมาก่อน จึงเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรคฝีดาษลิง