สนามข่าว 7 สี

ทนายตั้ม ระบุมือปริศนาโพสต์เฟซบุ๊กของ แตงโม คือ บังแจ็ค จุดประสงค์หาแสง-ปั่นป่วนคดี

สนามข่าว 7 สี - ทนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม ออกมาระบุว่า มือปริศนาที่โพสต์เฟซบุ๊กปลอมของแตงโมคือ บังแจ็ค ที่เคยมีประวัติข่มขู่ผู้ประกาศข่าวทีวีช่องหนึ่ง ส่วนจุดประสงค์ต้องการหาแสง และปั่นป่วนคดี ไม่ได้อยากจะมาช่วยเหลือจริง ๆ

หลังจากเมื่อคืนวันที่ 21 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก Happy Melon Patcharaveerapong ของดาราสาวแตงโม นิดา ผู้ล่วงลับ ก็มีมือดีสร้างบัญชีเฟซบุ๊กใหม่ใช้ชื่อว่า Happy Melon official ปล่อยภาพและข้อความโจมตีคนบนเรืออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ กระติก อดีตผู้จัดการส่วนตัวของแตงโม

นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ กล่าวว่า ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็น "บังแจ็ค" หรือ นายซูควาเนียน ไฮเดอร์ราจา ชาวปากีสถาน ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ และมีพฤตการณ์ข่มขู่ผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ช่องหนึ่งจนเป็นคดีความก่อนหน้านี้ เพราะไม่ว่าจะเป็นลักษณะของการโพสต์ต่าง ๆ และลักษณะการใช้ภาษา เหมือนกับที่บังแจ็ค ส่งข้อความไปข่มขู่ สส.วัน อยู่บำรุง มองว่านี่คือหลักฐานชัดเจนว่าเป็นบังแจ็ค ลักษณะเป็นการพิมพ์เองตอบเอง ส่วนวัตถุประสงค์ที่ออกมาทำแบบนี้ เพราะต้องการหาแสงและปั่นป่วนคดี ไม่ได้อยากจะมาช่วยเหลือจริง ๆ

ส่วนเรื่องรหัสถามว่าได้มาจากไหน ทนายตั้ม บอกว่า ต้องไปถามคุณแม่ เนื่องจากตอนที่อยู่ที่ฝรั่งเศส แม่แตงโมได้ประสานอดีตคนรู้จักมาหาตนบอกว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่นทนายเดชา อยากจะเปลี่ยนทนายความ แต่ตนเองได้ปฎิเสธไป

ส่วน นายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ทนายเดชา ทนายความของคุณแม่แตงโม ที่ถูกพาดพิงถึงว่าจะถูกแม่แตงโมเปลี่ยนทนายความในคดีนี้ กล่าวว่า ได้พุดคุยกับคุณแม่กว่า 1 ชั่วโมง ถามว่าคุณแม่ตกลงจะปลดผมแล้วเหรอ แม่ยืนยันชัดเจนว่าไม่ปลด ยังใช้บริการต่อ ส่วนทนายตั้มที่คุณแม่โทรไปแล้วทำนองว่าจะว่าจ้างให้ทนายตั้มเป็นทนายแทน เรามีการคุยกันตลอด อยู่ในกลุ่มทนายดัง 7 คน ซึ่งหลังจากที่ทนายตั้มโพสต์ ตนเองก็ได้แชร์มาแสดงให้เห็นว่า ถ้าใครจะมาช่วยเป็นทนายความคนใหม่ให้แม่น้องแตงโมก็เต็มที่เลย

ส่วนประเด็นการเคลื่อนไหวทางโซเชียล คุณแม่ยืนยันไม่ได้ทำ ส่วนใครเป็นคนทำอะไรก็ไม่ทราบ อาจจะใช่บังแจ็ค หรือไม่ก็ไม่ทราบ ส่วนภาพที่มีการเผยแพร่ทางเฟซบุ๊ก ตำรวจมีหมดแล้วและอยู่ในสำนวนสอบสวน อัยการก็ทราบแล้ว

ขณะที่ พลตำรวจโท กรไชย คล้ายคลึง ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. หรือตำรวจไซเบอร์ เปิดเผยว่า ตำรวจไซเบอร์สามารถตรวจสอบและทราบบุคคลที่โพสต์ รวมถึงสถานที่ที่โพสต์ได้ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบข้อมูลที่โพสต์นั้นมีข้อความ หรือลักษณะเข้าข่ายความผิดกฎหมายอาญา จึงยังไม่มีการดำเนินการทางกฎหมาย โดยเบื้องต้นมองว่าลักษณะของการโพสต์มีความจงใจให้คนเกิดความสงสัย และร่วมแสดงความคิดเห็น มากกว่าการเปิดเผยหลักฐานทางคดี แต่ไม่ได้มีผลต่อรูปคดี ซึ่งกรณีนี้ผู้เสียหายคือ แตงโม แต่ได้เสียชีวิตไปแล้ว ดังนั้นหากคุณแม่และครอบครัวได้รับความเสียหายจากกรณีนี้ และต้องการทราบว่าบุคคลที่โพสต์เป็นใคร ก็สามารถมาแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ได้ โดยทางตำรวจจะทำการตรวจสอบให้ เช่นเดียวกับบุคคลที่ถูกนำภาพไปโพสต์ หากได้รับผลกระทบก็มาแจ้งความได้เช่นกัน