สนามข่าว 7 สี

ล่ามือสังหารชายอายุ 35 ปี ทิ้งศพลงแม่น้ำโขง คาดปมเอี่ยวธุรกิจผิดกฎหมายข้ามชาติ จ.นครพนม

สนามข่าว 7 สี - คดีฆ่าโหดชายอายุ 35 ปี มัดมือมัดเท้าแล้วทิ้งศพอำพรางลงแม่น้ำโขง ที่จังหวัดนครพนม ตำรวจอยู่ระหว่างตามแกะรอยคนร้ายจากหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่โทรมาข่มขู่เรียกเงินค่าไถ่ตัวจากภรรยาผู้เสียชีวิต โดยตำรวจยังมุ่งปมสังหารเดิม คือ ขัดแย้งธุรกิจผิดกฎหมาย หรือไม่ก็หักกันเรื่องยาเสพติด
   
ความคืบหน้ากรณีพบศพ นายกิ่งไผ่ ขัตติยนนท์ อายุ 35 ปี ถูกฆาตกรรมอย่างเหี้ยมโหด โดยมีเชือกไนล่อนมัดมือมัดเท้า มีผ้าพันรอบศีรษะ และมีผ้าอุดปากเอาไว้ด้วย โดยมีชาวบ้านที่ล่องเรือหาจับปลาไปพบศพลอยอืดอยู่ริมตลิ่ง บริเวณหมู่บ้านโคกไก่เซา ตำบลท่าค้อ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา เบื้องต้น ตำรวจคาดว่าศพน่าจะถูกฆ่าจากพื้นที่จังหวัดบึงกาฬ แล้วคนร้ายอำพรางศพโดยโยนลงแม่น้ำโขงแล้วไหลตามกระแสน้ำมาถึงเขตจังหวัดนครพนม
   
ความคืบหน้าเมื่อวานนี้ (24 พ.ค.) ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ร่วมกับชุดสืบสวน สภ.เมืองนครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติม รวมทั้งตามแกะรอยคนร้าย โดยเริ่มจากเบอร์โทรศัพท์ชายลึกลับที่โทรศัพท์ไปหาภรรยาของ นายกิ่งไผ่ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อเรียกเงินจำนวนประมาณ 1 ล้านบาท อ้างว่า เป็นค่าไถ่ตัว นายกิ่งไผ่ แต่ภรรยาไม่มีเงินให้ กระทั่งต่อมาพบ นายกิ่งไผ่ กลายเป็นศพ ซึ่งตำรวจเชื่อว่าชายลึกลับคนนี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่สามารถสาวไปถึงตัวผู้ก่อเหตุได้ ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นการกระทำของกลุ่มขบวนการกระทำผิดกฎหมายข้ามชาติ ที่มีฐานอยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เพราะก่อนที่จะพบศพ นายกิ่งไผ่ มีพยานหลักฐานยืนยันว่า เขาเดินทางข้ามฝั่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งหลังจากนี้ถ้าตรวจสอบได้หลักฐานยืนยันตัวคนร้ายเป็นที่แน่ชัดแล้ว ก็จะยื่นขอศาลออกหมายจับกุมตัวต่อไป โดยขณะนี้ตำรวจยังคงมุ่งปมสังหารเรื่องความขัดแย้งธุรกิจผิดกฎหมาย และขบวนการยาเสพติดที่ผู้เสียชีวิตอาจเข้าไปพัวพัน เนื่องจากตรวจสอบประวัติพบผู้เสียชีวิตเคยถูกดำเนินคดียาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง และเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำเมื่อปี 2564

ขณะเดียวกันเมื่อวาน ครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิต ได้นิมนต์พระสงฆ์ และปราชญ์ชาวบ้าน พร้อมด้วยเครื่องเซ่นไหว้ไปประกอบพิธีที่จุดพบศพ เพื่อเปิดทางเชิญดวงวิญญาณ นายกิ่งไผ่ กลับบ้านเกิดตามความเชื่อ โดยระหว่างประกอบพิธี หญิงอายุ 65 ปี แม่ผู้เสียชีวิต ถึงกับหลั่งน้ำตา บอกว่า เห็นสภาพศพลูกชายแล้วรู้สึกสงสารจับใจ แม้ว่าลูกชายจะทำผิดอะไร แต่ไม่สมควรถูกทำร้ายด้วยวิธีที่โหดเหี้ยมทารุณแบบนี้ จึงวอนตำรวจติดตามจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้