ห้องข่าวภาคเที่ยง

นำร่องถอดแมสก์ได้ในบางพื้นที่ กลางเดือน มิ.ย.นี้

ห้องข่าวภาคเที่ยง - กระทรวงสาธารณสุข เตรียมพื้นที่นำร่อง ที่มีความพร้อมตามเกณฑ์เข้าสู่โรคประจำถิ่น ที่จะให้ถอดหน้ากากอนามัยได้ แต่ยังยกเว้นใน 3 กรณี ที่จะมีคำแนะนำให้คนกลุ่มเสี่ยง และการใช้ชีวิตในสถานที่ปิด ผู้คนแออัดหนาแน่น ควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อความปลอดภัย

ความคืบหน้าการปรับมาตรการผ่อนคลายโควิด-19 หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตลดลง รวมไปถึงประชากรในประเทศได้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นมากขึ้น

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงประเด็นการถอดหน้ากากอนามัย ยังไม่ได้มีข้อเสนอให้ถอดหน้ากากอนามัยทั้งหมด แต่จะดำเนินการในพื้นที่นำร่องที่มีความพร้อมตามเกณฑ์ เป็นพื้นที่ที่มีสถานการณ์โควิด-19 ระบาดในระดับต่ำ และฉีดวัคซีนโควิดให้แก่ประชาชนได้ตามเกณฑ์ ประชาชนได้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นแล้วประมาณ 60% ของพื้นที่ ตลอดจนมีความพร้อมระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาล สถานพยาบาลในพื้นที่ สรุปก็คือ ไม่ใช่ว่าจะถอดหน้ากากอนามัยได้ในทุกพื้นที่ แต่ถอดได้เฉพาะพื้นที่นำร่องที่มีความปลอดภัย ถอดหน้ากากได้ในพื้นที่โล่งแจ้ง และยกเว้นใน 3 กรณี

กลางเดือนมิถุนายนนี้ จังหวัดไหนที่เข้าเกณฑ์การเป็นโรคประจำถิ่น กระทรวงสาธารณสุข ก็จะออกคำแนะนำ ให้เฉพาะ 3 กลุ่มสวมหน้ากากอนามัย ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค หญิงตั้งครรภ์ ก็เพื่อความปลอดภัย เพราะถือเป็นกลุ่มเสี่ยงการติดเชื้อ กลุ่มที่สองจะเป็นคนที่อยู่ในสถานที่ปิด ห้องปรับอากาศที่ถ่ายเทไม่สะดวก ไม่ได้เปิดหน้าต่างระบาย ให้อากาศถ่ายเท กลุ่มที่ 3 ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ทั้งหมด ของการออกคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นแนวทางในการใช้ชีวิตอยู่กับโควิด-19 ได้อย่างปลอดภัย ในการให้โควิด-19 เข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น

สำหรับสถานการณ์โควิด-19 วันนี้ ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 รายงาน ผู้ติดเชื้อเพิ่ม 5,013 คน ขยับขึ้นมาจากเมื่อวาน และมีผู้ติดเชื้อเข้าข่ายที่ตรวจ ATK อีก 7,917 คน รวมผู้ป่วยสะสมในระลอกโอมิครอน 1,730,000 คน ตั้งแต่ต้นปี

ส่วนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่มขึ้นอีก 33 คน และยังมีผู้ป่วยปอดอักเสบรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 1,028 คน ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ 530คน

ดังนั้นการฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด โดยเฉพาะ กลุ่ม 608 ผู้สูงอายุผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัยจากโควิด-19 ป้องกันอาการหนัก อาการรุนแรง ถึงเสียชีวิตได้