7HDร้อนออนไลน์

สกัดจับรถพ่วง 18 ล้อ ลอบขนแรงงานเถื่อนชาวเมียนมา 100 คน ตำรวจไล่จับกลางไร่มันสำปะหลัง ต้องยิงปืนขู่ จ่ายนายหน้า 3 หมื่น ส่งขายแรง 3 จังหวัด

วันนี้ (25 พ.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงไทรโยค ได้รับแจ้งจากสายเป็นชาวบ้านว่า มีรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ ลายกราฟิกตี สีเหลือง หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 70-9964 กาญจนบุรี และตัวลูกพ่วง หมายเลขทะเบียน 70-9965 กาญจนบุรี ลักลอบขนแรงงานจำนวนมาก ขับผ่านจุดตรวจถาวรไทรโยคไป จึงได้วิทยุแจ้งให้จุดตรวจรายทางสกัดรถดังกล่าว โดยรถคันดังกล่าวมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองกาญจนบุรี ใช้เส้นทางถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 323 สายไทรโยค – กาญจนบุรี

เมื่อถึงพื้นที่หมู่ที่ 9 บ้านหนองสามพราน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้ขับเลี้ยวเข้าไปบริเวณเชิงเขา แต่ปรากฏว่ารถเกิดติดหล่ม จนต้องถอดตัวพ่วงออก ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง 2 นาย ได้ติดตามมาทัน จึงแสดงตัวเข้าจับกุม นายณรงค์ศักดิ์ ใจบุญ อายุ 33 ปี บ้านอยู่ท้องที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรีโดยมีคนขับ พร้อมแรงงานข้ามชาติชาย-หญิง จำนวนกว่า 100 คน ซุกซ่อนมาในตัวบรรทุก

อย่างไรก็ตาม ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง 2 นาย กำลังนำตัวคนขับรถมาสอบสวนเบื้องต้น เพื่อรอกำลังเจ้าหน้าที่มาเสริม บรรดาแรงงานได้พากันลงจากรถและวิ่งหลบหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ในป่าไร่มันสำปะหลัง เจ้าหน้าที่ที่เดินทางไปสมทบต้องกระจายกำลังออกค้นหาอยู่นาน เมื่อแรงงานเหล่านั้นเจอเจ้าหน้าที่ก็พยายามที่จะหลบหนี จนเจ้าหน้าที่ต้องใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่ ก่อนแรงงานทั้งหมดจะยอมเดินออกมาจากไร่มันสำปะหลัง มีทั้งหญิง - ชาย และเด็ก บางคนอายุเพียงแค่ 5 เดือน รวมอยู่ในกลุ่มแรงงานนี้ด้วย

จากการสอบถามทราบว่า แรงงานทั้งหมดเดินทางจากเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เข้ามาตามช่องทางธรรมชาติด้าน อ.สังขละบุรี พบบางคนเคยทำงานใน จ.พิษณุโลก แต่ได้เดินทางกลับไปประเทศเมียนมาช่วงงานศพแม่ นานกว่า 5 เดือน และทางนายจ้างแจ้งให้เดินทางกลับมาทำงาน แต่ช่องทาง อ.แม่สอด จ.ตาก ยังไม่เปิดให้เข้าได้ จึงได้ร่วมเดินทางมากับกลุ่มแรงงานนี้ด้วย และไม่คิดว่าจะมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุม

สำหรับแรงงานทั้งหมด จะเดินทางไปทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัด ประกอบด้วย พิษณุโลก ปทุมธานี และจังระยอง โดยแรงงานที่พูดภาษาไทยได้แจ้งว่า นายหน้าจัดแบ่งเป็นกลุ่ม โดยมีเชือกผูกข้อมือเป็นสีทำเป็นสัญลักษณ์แสดงจุดหมายที่จะไปทำงาน เช่น สีแดงไปทำงานที่ปทุมธานี สีเหลืองไปทำงานที่พิษณุโลก และสีเขียวไปทำงานที่ระยอง ซึ่งทั้งหมดสารภาพว่าเสียค่าหัวรายละ 25,000 - 30,000 บาท แล้วแต่จุดหมายที่จะไปทำงาน โดยทั้งหมดได้เดินทางไปขึ้นรถบรรทุกพ่วงตั้งแต่ช่วง 16.00 น. ของวันที่ 24 พ.ค. 65 ที่ผ่านมา ก่อนที่ถูกปิดคลุมด้วยผ้าใบอย่างมิดชิดจนมองไม่เห็นเส้นทางด้านนอก กระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่จับกุม และทั้งงหมดยังบอกด้วยว่า ยังไม่ได้กินข้าวกินน้ำตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายแรงงานทั้งหมด ก่อนส่งตัวไปยัง สภ.ไทรโยค เพื่อดำเนินคดี เพื่อรอการผลักดันกลับไปยังประเทศต้นทางต่อไป

เบื้องต้น นายณรงค์ศักดิ์ คนขับระบรรทุกพ่วง ให้การว่า ตนเองได้รับการว่าจ้างให้ขับรถพ่วงดังกล่าวไปจอดที่บริเวณท่าแพ อ.ทองผาภูมิ จึงได้ขับไปจอดทิ้งไว้ตามนัดหมาย จากนั้นก็ได้ขับรถพ่วงดังกล่าวโดยมีหญิงลูกอ่อนนั่งมาด้านหน้าด้วย ซึ่งตนเองไม่เห็นบุคคลที่อยู่ที่ตัวบรรทุกพ่วง เนื่องจากมีผ้าใบปิดคลุมมิดชิด โดยผู้ว่าจ้างแจ้งให้ขับรถไปจอดยังจุดหมายในไร่มันสำปะหลังจุดเกิดเหตุ และเมื่อมาถึงก็พบรถยนต์กระบะ สีขาว หมายเลขทะเบียน บว 8661 กาญจนบุรี จอดรออยู่ด้านในบริเวณจุดดังกล่าวอยู่ก่อนแล้ว และก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในที่สุด ส่วนเรื่องอื่นๆ ตนเองไม่ทราบ

ทั้งนี้จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่เบื้องต้นทราบว่า รถบรรทุกพ่วงได้นำหินไปส่งยังร้านค้าในพื้นที่สังขละบุรี ตั้งแต่บ่ายของวานนี้แล้ว และมักจะใช้เส้นทางนี้เป็นประจำ ซึ่งคาดว่าทำในลักษณะนี้มาหลายครั้งแล้ว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวเจ้าของรถบรรทุกพ่วงมาทำการสอบสวน เพื่อขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการขนแรงงานเถื่อนรายนี้ต่อไป