ข่าวภาคค่ำ

หมอประสิทธิ์ เตือนถอดแมสก์ ต้องฉีดวัคซีนได้มากขึ้น

ข่าวภาคค่ำ - คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เตือนถ้าจะเริ่มถอดหน้ากากอนามัย ไทยต้องเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นให้ถึง 50% ของประชากร เพื่อลดความเสี่ยงให้กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง

ศาสตราจารย์นายแพทย์ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุจากสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกจะเห็นว่าประเทศต่าง ๆ เปิดประเทศจนเกือบจะไม่ต้องพูดถึงว่าโควิด-19 เป็นโรคระบาดหรือโรคประจำถิ่นแล้ว 

หลายประเทศปรับมาตรการ เช่น ยกเลิกการตรวจวัคซีนพาสปอร์ต ไม่พูดถึงเรื่องการตรวจหาเชื้อ จากทิศทางทั่วโลก โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ที่ผู้ติดเชื้อไม่มีอาการรุนแรง รวมถึงคนทั่วโลกได้รับวัคซีนโควิด-19 ไปเป็นจำนวนมากแล้ว

ขณะที่ไทยก็เปิดประเทศมากขึ้น และตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน คนไทยเข้าประเทศ ไม่ต้องใช้ระบบไทยแลนด์พาสแล้ว ส่วนการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 หรือเข็มกระตุ้น ในไทย มีความคืบหน้าครอบคลุม 40% ของประชากร หรือกว่า 27.7 ล้านคน จริง ๆ ต้องถึง 50%  

ถ้าจะให้ประชาชนถอดหน้ากากอนามัยได้ในพื้นที่เปิดโล่ง ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ เพื่อความปลอดภัย โดยเน้นให้กลุ่มเสี่ยง 608 คือ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และหญิงตั้งครรภ์ ต้องเร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นกันต่อ

กระทรวงสาธารณสุข รายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้เสียชีวิต ลดลงต่อเนื่อง ส่วนผู้ป่วยปอดอักเสบและใส่ท่อช่วยหายใจยังทรงตัว และคาดว่าจะลดระดับเตือนภัย จากระดับ 3 ไปสู่ระดับ 2 ต่อไป

นายแพทย์ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค คาดว่าพื้นที่สีเขียวและสีฟ้าจะเป็นพื้นที่นำร่องถอดหน้ากากอนามัย ในพื้นที่โล่ง อากาศระบายถ่ายเท แต่ต้องพิจารณาสถานการณ์ในพื้นที่ ประกอบด้วย รวมอัตราการฉีดวัคซีนของประชาชน ในจังหวัดนั้น ๆ ควรได้ฉีดเข็มกระตุ้น 60-70% ส่วนช่วงเวลาที่จะประกาศให้ถอดหน้ากากอนามัย จะต้องพิจารณาอีกครั้ง