7HDร้อนออนไลน์

ผลไม้ไทย กับผลกระทบจากมาตรการ “ซีโร โควิด” ของจีน

ภาคส่งออกเป็นหัวจักรสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในยุคโควิด ที่การท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง การส่งออกยิ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยเพิ่มมากขึ้น

ในปี 2564 การค้าระหว่างประเทศของไทยขยายตัวถึง 23.1% โดยการนำเข้าเติบโต 29.8% การส่งออกเติบโต 17.1% โดยเฉพาะประเทศจีน ที่เป็นคู่ค้าสำคัญมาก เป็นแหล่งนำเข้าสินค้าอันดับ 1 ของไทย และเป็นแหล่งส่งออกอันดับ 2 รองจากสหรัฐอเมริกา ในปี 2564 มูลค่าการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างไทยและจีนขยายตัวถึง 30%

ความเป็นไปของเศรษฐกิจจีนจึงกระทบเศรษฐกิจไทยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเศรษฐกิจจีนดี ขยายตัวสูง ไทยก็ส่งออกสินค้าได้มาก อย่างไรก็ตาม จากมาตรการ “ซีโร โควิด” ที่รัฐบาลจีนกำลังใช้ควบคุมการระบาดของโควิด 19 ที่เน้นควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวด กำลังส่งผลให้เศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอย่างรุนแรง

มีการประเมินว่า ในช่วงที่ผ่านมา มีประชากรจีนจำนวนมากถึง 400 ล้านคนถูกควบคุมให้อยู่ในที่พักทั้งแบบเด็ดขาดหรือให้ออกจากบ้านได้บ้าง ครอบคลุมทั้งเมืองเล็กและใหญ่ เมืองใหญ่ เช่น เซี่ยงไฮ้ กวางโจว เสิ่นเจิ้น ก็ถูกล็อกดาวน์ ส่งผลต่อการบริโภคภายในของจีน และส่งผลต่อการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ รวมถึงจากไทยด้วย

Nomura Holdings ประเมินว่าการล็อกดาวน์ที่เกิดขึ้นครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจของจีนที่มีสัดส่วนต่อ GDP ถึง 40% คิดเป็นมูลค่า GDP 7.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้ GDP คาดการณ์ของจีนปีนี้ขยายตัวเหลือ 3.9% จากเดิมที่คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 4.3% โดยประเมินว่าในไตรมาส 2 ปีนี้ GDP จีนอาจขยายตัวเพียง 1.8% เท่านั้น

คำถามคือสินค้าใดบ้างของไทยที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากมาตรการ “ซีโร โควิด” หรือการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน

..ก็ต้องไปดูว่าไทยส่งออกอะไรไปจีนบ้าง ทั้งนี้ สินค้าส่งออก 3 อันดับแรกจากไทยไปจีน อันดับหนึ่ง คือ ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง เช่น มังคุด ทุเรียน เงาะ อันดับสองคือ เม็ดพลาสติก และอันดับสามคือ ผลิตภัณฑ์ยาง

ผลไม้จึงเป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสำคัญสุดจากมาตรการ “ซีโร โควิด” ของจีน โดยในปี 2564 ไทยส่งออกผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้งคิดเป็นมูลค่ารวม 1.9 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นที่ส่งออกไปจีน 1.6 แสนล้านบาท ขณะที่จีนส่งผลไม้มาไทย 4 หมื่นล้านบาท เรียกว่าไทยส่งออกผลไม้เกินดุลหรือได้เปรียบจีนกว่า 4 เท่า

เศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัว และการบริโภคภายในที่ลดลง จึงกระทบการส่งออกผลไม้จากไทยไปจีนอย่างเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ การส่งออกผลไม้ยังได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมตรวจตราระหว่างการขนส่งที่เข้มงวดขึ้นจากมาตรการ “ซีโร โควิด” เนื่องจากรัฐบาลจีนตรวจตราสินค้าและบรรจุภัณฑ์สินค้าอย่างเข้มงวด ว่าปลอดเชื้อโควิดหรือไม่ ผลไม้ไทยที่ส่งออกไปจีนซึ่งปัจจุบันผ่านด่านโหย่วอี้กวาน ผิงเสียง ตงซิง และโมฮ่าน เผชิญปัญหาการตรวจที่ล่าช้า การจราจรที่ติดขัด ส่งผลต่อผลไม้นำเข้าจากทุกประเทศรวมถึงของไทย

จากข้อมูลของสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย พบว่า ผลจากความเข้มงวดของจีนในการตรวจสอบโควิด มีมาตรการปิดด่านทันที 15 วันหากตรวจพบว่ามีเชื้อโควิดที่ด่าน ส่งผลให้ด่านดำเนินการแบบเปิดๆ ปิดๆ ไม่แน่นอน ลูกค้าจึงไม่กล้าสั่งซื้อ เพราะเสี่ยงได้สินค้าล่าช้า ทั้งทำให้สินค้าตกค้างที่ด่านจำนวนมาก จากเดิมขนส่งได้ 400-500 ตู้คอนเทนเนอร์ เหลือเพียงส่งได้วันละ 20-30 ตู้คอนเทนเนอร์เท่านั้น

ทั้งนี้ภาครัฐแนะนำให้เอกชนปรับตัวโดยเปลี่ยนไปใช้วิธีขนส่งรูปแบบอื่น เช่น ทางเรือ ตลอดจนภาครัฐยังเร่งหาตลาดใหม่ โดยเฉพาะตลาดภูมิภาคตะวันออกกลาง เช่น ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีความต้องการผลไม้ไทยสูง ขณะเดียวกันก็จะเร่งส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น #เศรษฐศาสตร์ตลาดสด ขอเตือนว่า ในระยะสั้นเกษตรกรและผู้ประกอบการไทยในธุรกิจผลไม้ ต้องเตรียมรับผลกระทบจากมาตรการ “ซีโร โควิด” ของจีนให้ดี