สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

พบนักท่องเที่ยวเข้าข่ายฝีดาษลิง เดินทางเข้าไทย สรุปเป็นเริม

สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีอาการเข้าข่ายโรคฝีดาษลิง ผลปรากฎเป็นเริม ด้านกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นำเชื้อฝีดาษแช่แข็ง ที่เก็บรักษาไว้ 43 ปี มาตรวจทดสอบคุณภาพ เตรียมนำมาใช้เป็นวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันโรคฝีดาษลิง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า มีรายงานจากด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พบนักท่องเที่ยวต่างชาติมาจากประเทศแถบแอฟริกา ที่เดินทางเข้าไทย มีอาการเข้าข่ายโรคฝีดาษลิง เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวไปตรวจรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร ระหว่างรอผลตรวจมีการกักตัว

ซึ่งผลตรวจปรากฎว่าเป็นเริม ไม่ใช่โรคฝีดาษลิง ยืนยันว่าขณะนี้ ยังไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อโรคฝีดาษลิงในไทย พร้อมย้ำว่าผู้ที่เดินทางเข้าไทย ยังต้องกรอกข้อมูล Thailand pass หากพบผู้ที่สงสัยป่วยเป็นโรคฝีดาษลิง ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะมี DNA Code ตรวจหาเชื้อจากสารคัดหลั่ง

เปิดกรุเชื้อฝีดาษแช่แข็ง มาศึกษาทำวัคซีน
ด้านกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นำวัคซีนฝีดาษที่แช่แข็งเก็บไว้ในลักษณะผง หรือ Freeze dry มีประมาณ 10,000 โดส นำมาตรวจ โดยการน็อกให้หมดฤทธิ์ และเพาะเชื้อ พบว่า เชื้อโตเร็วมาก หรือ เชื้อยัง Active ยังใช้งานได้ ทั้งที่ผ่านมา 43 ปี 

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยการตรวจสอบคุณภาพของวัคซีน ต้องใช้เวลาอีกระยะ เพื่อให้ทราบว่า วัคซีนยังมีคุณภาพหรือไม่ มีความปลอดภัย มีเชื้อปนเปื้อน และองค์ประกอบทางเคมีเปลี่ยนไปหรือไม่ ที่สำคัญยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้หรือไม่ด้วย เพราะข้อมูลการปลูกฝีดาษคน ที่ไทยหยุดปลูกฝีไปเมื่อปี 2523 ซึ่งระบุว่าป้องกันได้ 85% เป็นข้อมูลเก่า แต่ไวรัสฝีดาษลิง หรือ Monkeypox ยังไม่พบในไทย

เป็นการศึกษาทดสอบเตรียมพร้อม ด้านวัคซีนที่เกี่ยวข้องกับโรคฝีดาษ นำมาวิเคราะห์ วิจัย นำมาใช้ประโยชน์ได้ พึ่งพาตัวเองได้ในทรัพยากรที่มีอยู่ รองรับสถานการณ์ในกรณีโรคฝีดาษลิง เป็นโรคติดต่อร้ายแรงขึ้นมา

ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้โพสต์ข้อมูลเกี่ยวกับโรคฝีดาษลิง ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "หากใครที่สงสัยว่าตัวเองได้รับวัคซีนฝีดาษ ที่สามารถคุ้มกันฝีดาษลิงหรือไม่นั้น ให้ดูจากรูปที่โพสต์ โดยด้านบนจะเห็นรอยนูน ๆ ตุ่ม ๆ บนแขน เป็นรอยการฉีดวัคซีนกันวัณโรคบีซีจี ส่วนที่เห็นด้านล่างราบ ๆ จะเป็นวัคซีนไข้ทรพิษ ซึ่งตามข้อมูลในประเทศไทย ได้หยุดฉีดวัคซีนไข้ทรพิษฝีดาษในปี 2523 แต่พบว่าในปี 2527 ยังมีหลายคนที่ได้รับการฉีด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่ใช่จังหวัดกรุงเทพมหานคร ให้รีบดูแขนตัวเอง"

ขอบคุณภาพจาก : Facebook ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha