ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : ปรากฏการณ์ ชัชชาติ กับความเปลี่ยนแปลงในสนามการเมือง

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 เกาะติดการเมืองสุดสัปดาห์นี้ หนีไม่พ้นต้องพูดถึงชัยชนะแบบถล่มทลายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ส่งสัญญาณถึงการเมืองในกทม.อย่างไร ติดตามกับคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

ไม่พลิกผลโพล ไม่มีหักปากกาเซียน สำหรับชัยชนะในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คะแนนที่ได้กว่า 1.3 ล้านคะแนน ถูกมองว่าส่งสัญญาณหลายอย่างถึงขั้วการเมือง พรรคการเมือง ไปจนถึงมุมมองทางการเมืองของประชาชน เกี่ยวกับการแบ่งขั้วเลือกข้าง

เริ่มกันที่ขั้วการเมืองก่อน รวมคะแนนที่ได้ของนายชัชชาติ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร และนาวาอากาศตรีศิธา ทิวารี จะได้มากกว่า 1.7 ล้านคะแนน ส่วนฝั่งนายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายสกลธี ภัททิยกุล และพลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ได้คะแนนรวมแค่เกือบ 700,000 คะแนนเท่านั้น เรียกว่าถูกทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่นกว่าหนึ่งล้านคะแนน ทำให้มีการวิเคราะห์ไปว่าขั้วรัฐบาลเพลี่ยงพล้ำอย่างหนักในสนามนี้ และเหมารวมไปถึงสนามเลือกตั้งใหญ่ที่อาจมีขึ้นในต้นปีหน้าด้วย แต่ในสายตานายกรัฐมนตรี ไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้น

แม้นายชัชชาติ จะยืนยันเป็นอิสระ เพราะไม่สังกัดพรรคการเมือง แต่ชัยชนะที่ได้ก็ถูกพรรคเพื่อไทยพ่วงข้างว่า เกิดจากแรงสนับสนุนที่พรรคไม่ส่งผู้สมัคร พร้อมรวบหัวรวบหางให้เป็นหนึ่งในครอบครัวเพื่อไทย ประกาศสโลแกนใหม่ จาก พรุ่งนี้เพื่อไทย เป็น วันนี้เพื่อไทย ก็ทำให้เกิดคำถาม หลังเป็นผู้ว่าฯกทม.จะอิสระจริงหรือไม่

ไม่ใช่แค่คะแนน สก.ของเพื่อไทย จะแพ้คะแนนนายชัชชาติเท่านั้นที่น่าสนใจ แต่คะแนนรวม สก.ของประชาธิปัตย์ ได้ 348,852 คะแนน มากกว่าคะแนนนายสุชัชวีร์ ถึง 94,205 คะแนน

เช่นเดียวกับคะแนนรวม สก.พรรคก้าวไกล ที่มากกว่าคะแนนของนายวิโรจน์ถึง 231,979 คะแนน

ไม่แตกต่างจากคะแนนรวม สก.พรรคไทยสร้างไทย มากกว่าคะแนนของนาวาอากาศตรีศิธา ถึง 168,255 คะแนน

เมื่อนำส่วนต่างของผลคะแนน สก.ที่หายไปจากผู้สมัครของพรรคตัวเองทั้งสามพรรครวมกันจะมากถึง 684,566 คะแนน และเมื่อนำคะแนนนี้บวกกับคะแนนที่ สก.เพื่อไทยได้ 620,009 คะแนน จะเท่ากับ 1.3 ล้านคะแนน น้อยกว่าคะแนนที่นายชัชชาติได้ 81,640 คะแนน

สถิตินี้อาจบอกได้ว่าแม้แต่ฐานเสียงของสามพรรคที่กล่าวไปข้างต้น ก็ยังปันใจไปให้กับนายชัชชาติ แต่กูรูการเมืองยังไม่คิดว่านี่คือสัญญาณยุติการแบ่งขั้ว

การเมืองยังเป็นเรื่องต้องดูกันยาว ๆ เพราะยังมีอีกสถิติที่น่าสนใจ คือในขณะที่มีการมองว่าคะแนนคุณชัชชาติ คือการส่งเสียงให้ยุติการเลือกข้าง แต่ตัวเลขคะแนนที่ออกมา ซึ่งเรารายงานไว้ในข้างต้น จะเห็นว่ายุทธศาสตร์เลือกข้างเทคะแนนกลับมาใช้ได้ผลอีกครั้ง เพียงแต่เปลี่ยนข้างเท่านั้นโดยดูได้จากคะแนนปันใจของทั้งก้าวไกลและไทยสร้างไทย ที่เทให้นายชัชชาติ สุดท้ายแล้วการเมืองไทยจะก้าวข้ามผ่านความขัดแย้งได้หรือไม่ ประชาชนคือหัวใจสำคัญ ที่จะตัดสินว่า พอหรือยังกับความแตกแยก