7HD ร้อนออนไลน์

"หมอแล็บแพนด้า" ยืนยัน "ผักบุ้งสีตก" กินได้ ระบุสีเขียวที่ละลายออกมาเป็น "คลอโรฟิลล์ในพืช"

วันนี้ (29 พ.ค.65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน นักเทคนิคการแพทย์ชื่อดัง และเป็นเจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “หมอแล็บแพนด้า” ได้มีการโพสต์ข้อความระบุว่า  “วันนี้แฟนเพจส่งรูปบะหมี่มาให้ดู เหมือนสีผักบุ้งละลายใส่เส้นบะหมี่จนไม่กล้ากิน อันนี้ไม่ใช่สีผสมอาหารนะครับ มันคือสีจากผักบุ้งธรรมชาติจริงๆ”

หมอแล็บแพนด้า ระบุว่า “สีเขียวที่ละลายออกมามันคือ “คลอโรฟิลล์” ในพืชนั่นเอง ซึ่งสีเขียวของคลอโรฟิลล์ก็มีเขียวหลายแบบ บางชนิดก็ละลายใน “น้ำ” ได้ดี บางชนิดก็ละลายใน “น้ำมัน” ได้ดี ซึ่งเราจะเจอได้บ่อยในอาหารที่มีความมัน เช่น บะหมี่ หรือเย็นตาโฟ ดังนั้นผักบุ้งสีตกจึงกินได้อย่างสบายใจแน่นอน”

ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก “อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์” ของรศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไว้เมื่อปี 2560 ว่าสีเขียวเข้มของผักบุ้งในก๋วยเตี๋ยวที่ซื้อมาตกใส่เส้นก๋วยเตี๋ยว เกิดจากคลอโรฟิลล์ซึ่งมีสีเขียวของต้นและใบผักบุ้ง โดยคลอโรฟิลล์สามารถละลายได้ทั้งในน้ำและน้ำมัน เนื่องจากสารกลุ่มคลอโรฟิลล์มีหลายตัว ซึ่งมีสีเขียวอ่อนเข้มต่างกัน เมื่อใช้ช้อนกดที่ผักบุ้งสีเขียวในน้ำคลอโรฟิลล์บางตัวก็จะละลายในน้ำได้มากกว่า ขณะที่เมื่อใช้ช้อนกดผักบุ้งในน้ำมันคลอโรฟิลล์ตัวอื่นก็จะละลายในน้ำมันได้ดีกว่าเช่นกัน ส่วนสีเขียวเข้มและสีเขียวอ่อนของผักบุ้งขึ้นอยู่กับสายพันธุ์

รศ.ดร.เจษฎา ยังระบุอีกว่า การรับประทานคลอโรฟิลล์ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย เมื่อรับประทานในมื้ออาหารที่เหมาะสม แต่สำหรับคนที่รับประทานน้ำผักปั่นซึ่งมีคลอโรฟิลล์เป็นจำนวนมาก หากรับประทานมากเกินไปก็จะส่งผลให้เกิดอาการเสาะท้องได้

ส่วนทำไมคลอโรฟิลล์ถึงมีสีเขียว รศ.ดร.เจษฎา ระบุว่า คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) สามารถดูดกลืนแสงได้ดีที่ในช่วงคลื่นแสงสีฟ้าและแสงสีแดง แต่สามารถดูดกลืนช่วงคลื่นแสงสีเหลืองและแสงสีเขียวได้น้อย ดังนั้นเมื่อได้รับแสงจะดูดกลืนแสงสีฟ้าและสีแดงเอาไว้ ส่วนแสงสีเขียวที่ไม่ได้ถูกดูดกลืนจึงได้สะท้อนออกมาเป็นแสงสีเขียว ทำให้เราเห็นคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) เป็นสีเขียว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง