7HD ร้อนออนไลน์

สธ.นัดแถลงผลตรวจ ผู้เข้าข่ายสงสัยติดเชื้อโรคฝีดาษลิง 3 ราย ยันไทยไม่พบผู้ป่วยฝีดาษลิง

นพ.โอภาส  การย์กวินพงศ์  อธิบดีกรมควบคุมโรค  กระทรวงสาธารณสุข  เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ (30 พ.ค.65) จะมีแถลงชี้แจงกรณีพบผู้เข้าข่ายติดเชื้อโรคฝีดาษลิง 3 รายในไทย ซึ่งขณะนี้ผลตรวจห้องปฏิบัติการ ทั้งจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ออกมาแล้ว  ยืนยันว่า ทั้ง 3 รายติดเชื้อเริม ขณะนี้อยู่ระหว่างพักรักษาอาการผื่นที่ สถาบันบำราศนราดูร คาดจะกลับบ้านได้ในอีก 1-2 วันนี้

“ยืนยันว่าขณะนี้ประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง แต่เพื่อให้เกิดความกระจ่างสิ้นสงสัยของประชาชน วันพรุ่งนี้จะมีการแถลงข่าวชี้แจงเรื่องนี้อีกครั้ง” นพ.โอภาสกล่าว

ทั้งนี้ ทุกด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ มีการคัดกรองและให้ความรู้กับผู้เดินทาง เนื่องจากโรคนี้จะเห็นอาการชัดคือตอนมีผื่น ตุ่ม แต่การติดเชื้อไม่ง่ายเหมือนโรคโควิด  แต่เพื่อความไม่ประมาท เพราะเราเปิดประเทศแล้ว มีคนเข้าออกมาก หากสงสัยให้รีบพบแพทย์

ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (อีโอซี) กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์โรคติดเชื้อฝีดาษวานร ฉบับที่ 4 ระบุว่าสถานการณ์ทั่วโลกของโรคฝีดาษวานร ข้อมูลถึงวันที่ 28 พ.ค.65 มีการรายงานผู้ป่วยทั้งหมด 484 ราย (เพิ่มขึ้น 53 ราย) โดยเป็นผู้ป่วยยืนยัน 401 ราย (เพิ่มขึ้น 69 ราย) ผู้ป่วยสงสัย 83 ราย (ลดลง16ราย) ใน 27 ประเทศทั่วโลก ซึ่งเพิ่มขึ้น 1 ประเทศคือ อิหร่าน โดยประเทศที่มีผู้ป่วยสูง 5 ลำดับแรก ได้แก่ สเปน 139 ราย คิดเป็น 29% อังกฤษ 101 ราย คิดเป็น 21% โปรตุเกส 74 ราย คิดเป็น 15% แคนาดา 63 ราย คิดเป็น 13% และเยอรมัน 21 ราย คิดเป็น 4 %

ทั้งนี้ ข้อมูลทางระบาดวิทยาของสถานการณ์ทั่วโลก จากรายงานทั้งหมด ซึ่งมี 195 ราย ที่มีการรายงานข้อมูลปัจจัยเรื่องเพศ พบว่าเป็นเพศชาย 97 % เพศหญิง 3 % ส่วนอายุนั้น จากรายงาน 71 ราย ที่มีข้อมูลพบว่าอยู่ในช่วง 20-59 ปี สำหรับรายงานข้อมูลทางด้านอาการของโรค ซึ่งมีรายงานใน 92 ราย พบมีผื่น 99 % ทั้งนี้ไม่ได้ระบุลักษณะผื่นหรือแผล 80% เป็นตุ่มน้ำใส 10 % เป็นผื่นนูน และตุ่ม หนอง 1 % ทั้งนี้ไม่ได้มีการระบุตำแหน่งที่เกิด 60% ส่วนที่บริเวณอวัยวะเพศ 57 % บริเวณปาก 19 % และบริเวณรอบทวารหนัก 1 % อาการอื่นที่พบ ได้แก่ ไข้ 27 % ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบโต ไอ กลืนลำบากเล็กน้อย และปวดกล้ามเนื้อ 1%

ส่วนประเทศไทยยังไม่มีรายงานพบผู้ป่วยแต่อย่างใด แต่มีความเสี่ยงจากผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ ที่มีการรายงาน ผู้ป่วย เช่น ประเทศแถบแอฟริกากลางและตะวันตก สหราชอาณาจักรอังกฤษ สเปน โปรตุเกสและแคนาดา ข้อแนะนำในการควบคุมป้องกันโรคคือควรเพิ่มการเฝ้าระวังและให้ความรู้ในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะในกลุ่มชายรักชาย รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เพื่อการป้องกันโรคในสถานบริการที่มีความเสี่ยง เน้น ย้ำประชาชนให้มีการปฏิบัติตามมาตรการ