7HDร้อนออนไลน์

โฆษก อสส. ยกข้อกฎหมายคดี ผกก.โจ้ ต้องถึงศาลอุทธรณ์

โฆษก อสส. ยกข้อกฎหมายคดี ผกก.โจ้ ต้องถึงศาลอุทธรณ์
วันนี้ (9 มิ.ย.65) จากกรณีศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาประหารชีวิต พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผกก.โจ้ อดีตผกก. สภ.เมืองนครสวรรค์ และพวกรวม 6 คน และจำคุก ด.ต.ศุภากร นิ่มชื่น จำนวน 8 ปี กรณีคลุมถุงดำรีดข้อมูลยาเสพติดจนผู้ต้องหาเสียชีวิต แต่พวกจำเลยให้การเป็นประโยชน์ อีกทั้งพยายามช่วยเหลือผู้ตาย และบรรเทาความผลร้ายแก่โจทก์ รวมถึงช่วยค่าปลงศพ จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 คงลงโทษจำคุก พ.ต.อ.ธิติสรรค์ และจำเลยอื่นรวม 6 คนตลอดชีวิต และจำคุกด.ต.ศุภากร  5 ปี 4 เดือน ข้อหาและคำขออื่นให้ยก ซึ่งยังมีข้อสงสัยว่าอัยการจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่นั้น

ล่าสุด นายอิทธิพร แก้วทิพย์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เผยว่า ปกติอธิบดีอัยการคดีศาลสูงจะตรวจดูคำพิพากษา แม้ศาลจะมีคำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต อัยการจะยื่นอุทธรณ์หรือไม่อุทธรณ์ก็ได้ เช่น หากศาลลดโทษลงมาแล้ว อัยการเห็นว่าโทษน้อยเกินไป อัยการอาจอุทธรณ์ให้ลงโทษหนักขึ้นได้ ส่วนคดีของพ.ต.อ.ธิติสรรค์ เข้าใจว่าศาลลงโทษทุกข้อหา และสั่งประหารชีวิตเต็มตามฟ้องของอัยการแล้ว ส่วนที่ศาลลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต เพราะจำเลยได้บรรเทาผลร้ายแล้ว กรณีนี้ถือเป็นดุลยพินิจของศาล

อย่างไรก็ตาม กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง บัญญัติว่า คดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษประหาร หรือจำคุกตลอดชีวิต และจำเลยไม่อุทธรณ์  ศาลชั้นต้นจะต้องส่งสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ และให้ถือว่าคำพิพากษายังไม่ถึงที่สุด เว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะพิพากษายืน เนื่องจากกฎหมายต้องการให้มีการกรองอีกครั้งโดยศาลสูง ถ้าศาลอุทธรณ์ยังเห็นด้วยกับศาลชั้นต้น จึงถือว่าคดีถึงที่สุด

ส่วนกรณีที่พ่อแม่ผู้เสียหายเป็นโจทก์ร่วม มีคำขอส่วนแพ่งเกี่ยวเนื่องอาญาเข้ามาแต่ศาลไม่ให้  เพราะเป็นกรณีตำรวจทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องใช้ช่องทางตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ มาตรา 5 นั้น อัยการมีหน้าที่ต้องแก้ต่างให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ นายอิทธิพร กล่าวว่า แม้เป็นหน้าที่ของพนักงานอัยการจะต้องแก้ต่างให้หน่วยงานของรัฐ ในกรณีถูกฟ้องเพราะเจ้าหน้าที่ในสังกัดไปทำละเมิด เนื่องจากเจ้าหน้าที่อ้างว่าทำไปตามหน้าที่ผู้เสียหายจะฟ้องเจ้าหน้าที่โดยตรงไม่ได้ แต่มีประเด็นต้องพิจารณาว่า ที่อ้างเจ้าหน้าที่ทำไปตามหน้าที่นั้น เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ ไม่ใช่ว่าอัยการจะรับให้ทุกเรื่อง ดังนั้น อัยการอาจจะไม่รับแก้ต่างให้ก็ได้เป็นดุลยพินิจอัยการ และหากเป็นการทำละเมิดเนื่องในการปฏิบัติหน้าที่จริง แต่ฝ่ายผู้เสียหายตั้งฟ้องทุนทรัพย์สูงจนเกินไป เช่น บางคดีเรียก 50 ล้านบาท ทั้งที่ความจริงความเสียหายไม่ถึง 5แสนบาท อัยการก็ต้องพิสูจน์ในศาลว่าค่าเสียหายไม่ถูกต้อง