ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : คลี่ปมทุจริตจัดซื้ออุปกรณ์ป้องกันโควิด-19 อบต.คลองสระบัว

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ ขยายผลการจัดซื้อจัดจ้างหน้ากากอนามัย และสเปรย์แอลกอฮอล์ขององค์การบริหารส่วนตำบลคลองสระบัว หลังปลัดฯ ร้องทีมข่าว อ้างว่าผู้บริหารมีพฤติกรรมส่อทุจริต คลี่ปมและติดตามเรื่องนี้ กับคุณสุธาทิพย์ ผาสุข

เป็นเสียงสัมภาษณ์ที่สวนทางกัน ระหว่างเจ้าหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชา และผู้บังคับบัญชา อบต.คลองสระบัว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างหน้ากากอนามัย และสเปรย์แอลกอฮอล์ จากโครงการรณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคติดต่อและไม่ติดต่อ เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ ในมุมของผู้ใต้บังคับบัญชา นำเอกสาร และคลิปเสียง แสดงเป็นหลักฐาน ร้องเรียนกับทีมข่าว อ้างถึงพฤติกรรมของนายก อบต.คลองสระบัว และทีมงาน บีบบังคับให้เปลี่ยนแปลงข้อมูล การเสนอราคากลางเพื่อจัดซื้อหน้ากากอนามัย และสเปรย์แอลกอฮอล์

การเสนอราคากลาง ปรับเปลี่ยนราคาหน้ากากอนามัยจากกล่องละ 80 บาท และสเปรย์แอลกอฮอล์ ขนาด 500 มิลลิลิตร จากขวดละ 90 บาท เพิ่มเป็นหน่วยละ 100 บาททั้งหมด เป็นต้นเรื่องของข้อครหา ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริงของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยนายก อบต. และทีมงาน ปฏิเสธคำกล่าวหา ยืนยันว่าไม่ได้บีบบังคับผู้ใต้บังคับบัญชา เป็นเพียงการให้นโยบายการทำงาน และคำนึงถึงคุณภาพของสินค้าเท่านั้น

คอลัมน์หมายเลข 7 ค้นหาข้อมูล พบการจัดซื้อจัดจ้างหน้ากากอนามัย และสเปรย์แอลกอฮอล์ ดำเนินการโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ในเอกสารแบบเสนอราคา ระบุเลขที่รับ วันที่ 29 เมษายน 2565 ประกาศชนะการประกวดราคาวันที่ 3 พฤษภาคม สั่งซื้อวันที่ 5 พฤษภาคม ส่งของ ตรวจรับ และจ่ายเงิน ในวันที่ 9 พฤษภาคม ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก คือบริษัทที่เสนอราคา เป็นเงินทั้งสิ้น 393,064.50 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่น ๆ แล้ว

ในยุคโควิด-19 ระบาด มีการเปิดช่องให้ใช้วิธีจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษ โดยเฉพาะเวชภัณฑ์ และวัสดุทางการแพทย์ แต่กลับกลายเป็นช่องโหว่เรื่องเงินทอน จนเกิดคำถามว่า มาตรการผ่อนปรนจัดซื้อจัดจ้างวิธีพิเศษ เพื่อลดขั้นตอนให้ทันต่อการรับมือกับสถานการณ์โควิด ของกรมบัญชีกลาง ยังมีความจำเป็น หรือควรต้องทบทวนใหม่หรือไม่

นับตั้งแต่ที่มีการระบาดของโควิด-19 รัฐบาลต้องกู้เงินเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ เยียวยาประชาชนแล้วถึง 1.5 ล้านล้านบาท เงินก้อนนี้ปัจจุบันเหลือไม่ถึง 50,000 ล้านบาทแล้ว ขณะที่หนี้สาธารณะของประเทศไทย ในเดือนเมษายน พุ่งสูงกว่า 10 ล้านล้านบาทแล้ว เงินทุกบาททุกสตางค์จากภาษีของประชาชน ไม่ว่าจะใช้ในโครงการใด จึงจำเป็นต้องเป็นใช้ไปอย่างคุ้มค่า และตรวจสอบได้