ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : รัฐมนตรีงอก ในศึกซักฟอก จับตา ผู้กองธรรมนัส พยศ

ข่าวภาคค่ำ - ยื่นญัตติกันไปตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา สำหรับศึกซักฟอกครั้งสุดท้ายของฝ่ายค้าน มีเซอร์ไพรส์เล็ก ๆ เมื่อเกิดรัฐมนตรีงอกเพิ่ม 1 คน กลายเป็น 11 คนจากแผนเดิม 10 คน ใครที่มีอิทธิพลนอกพรรคฝ่ายค้าน ผลักดันเพิ่มชื่อ ติดตามกับคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

เป็นศึกซักฟอกครั้งสุดท้าย ที่ฝ่ายค้านทุ่มเดิมพัน ไปที่การอภิปรายนายกรัฐมนตรีบวกรัฐมนตรีอีก 10 คน ถือเป็นสมรภูมิในสภาครั้งที่ 4 ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ถูกผูกปิ่นโตทุกรอบ ครั้งแรกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2563 ได้คะแนนเสียงสนับสนุนไป 272 เสียง ถัดมาในเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว ได้คะแนนเท่าเดิม ที่เสียวสันหลังหน่อย คือการอภิปรายครั้งล่าสุดในเดือนกันยายน ปีเดียวกัน ได้คะแนนไว้วางใจแบบรองบ๊วย ที่ตัวเลข 264 เสียง มากกว่า เสี่ยเฮ้ง สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่เพิ่งถูกใส่ชื่อเพิ่มไปเพียง 1 คะแนนเท่านั้น ท่ามกลางกระแสก่อกบฏล้มนายกฯของผู้กองธรรมนัส ซึ่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้ และการถูกปลดออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมกับอาจารย์แหม่ม นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ที่ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานไปด้วย

ปรากฏการณ์ปราบพยศ ปลดสองรัฐมนตรีช่วย โหมกระพือความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐให้ลุกโชนมากขึ้น กระทั่งถึงจุดแตกหัก จากหลักฐานไลน์ "ทีมโฆษกวิป" หลุด มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทำโพลการเมือง หาสาเหตุความตกต่ำของพรรคพลังประชารัฐ หลังพ่ายศึกเลือกตั้งที่จังหวัดสงขลา พาดพิงถึงผู้กองธรรมนัส มี เสี่ยเฮ้ง ออกมายืดอกรับ เป็นผู้ทำโพลเจ้าปัญหาเอง

เรื่องบานปลายนำไปสู่การขู่ยกก๊วนลาออก ของกลุ่ม สส.ในสังกัดผู้กองธรรมนัส เพื่อไปสร้างโลกใบใหม่ กระทั่งพลังประชารัฐต้องมีมติขับพ้นพรรค เปิดทางให้ย้ายสังกัดได้ ในปัจจุบัน ผู้กองธรรมนัส นั่งแท่นตำแหน่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย มี สส.ในมือ 17 คน รอลุ้นอีก 1 ในการเลือกตั้งซ่อมเขต 4 จังหวัดลำปาง กลายเป็นตัวแปรทางการเมือง ไม่ใช่ตัวเลขของตายในมือรัฐบาลอีกต่อไป

ในศึกซักฟอกครั้งนี้ผู้กองธรรมนัส จึงถูกมองว่าเป็น ผู้มีอิทธิพลนอกฝ่ายค้าน ที่เพิ่มชื่อ เสี่ยเฮ้ง เข้าไปในบัญชีอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพื่อสะสางหนี้แค้น แต่ดูเหมือน เสี่ยเฮ้ง จะไม่กังวลในเรื่องคะแนนเสียง

หากย้อนดูคะแนนสนับสนุน เสี่ยเฮ้ง ในศึกซักฟอกสองครั้ง ที่เขาอยู่ในบัญชีอภิปรายของฝ่ายค้าน จะพบว่า กว่าจะได้แต่ละคะแนน ลุ้นกันเหงื่อออกมือ โดยในเดือนกุมภาพันธ์ ปีที่แล้ว ได้รับความไว้วางใจแบบรองบ๊วย ที่ตัวเลข 263 เสียง และครั้งล่าสุดเดือนกันยายน ปีเดียวกัน แม้จะได้คะแนนเท่าเดิมคือ 263 เสียง แต่น้อยที่สุดในบรรดารัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ภายใต้ยุทธการเด็ดหัว สอยนั่งร้าน ของฝ่ายค้าน คนที่อาจร้อน ๆ หนาว ๆ มากที่สุด คงหนีไม่พ้น เสี่ยเฮ้ง เพราะถ้า 17 เสียง จากพรรคเศรษฐกิจไทยหายไป บวกกับกลุ่ม 16 พรรคเล็กที่ยังมีเขี้ยวเล็บพร้อมตะปบ ก็อาจเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันได้ แต่สถานการณ์อาจกลับตาลปัตร ถ้างูเห่าในพรรคฝ่ายค้านพ่นพิษ งานนี้จึงยังต้องรอลุ้นอีกครั้งในเดือนหน้า