7HD ร้อนออนไลน์

"นายกรัฐมนตรี" ยืนยันจะทำหน้าที่เพื่อคนไทย 70 ล้านคน ให้ดีที่สุด ไม่แบ่งแยกพื้นที่ ไม่แบ่งแยกการเมือง

วันนี้ (22 มิ.ย.65) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 2/2565 ร่วมกับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผู้ที่เกี่ยวข้อง 

นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวมอบนโยบายต่อที่ประชุมว่า การประชุมวันนี้เพื่อเป็นการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินการตามมติ คนร. ที่ผ่านมาในหลายๆ เรื่อง และยังกล่าวถึงในส่วนของแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจ ว่า จะต้องเป็นการทำงานที่สอดคล้องกับการทำงานของรัฐบาลและทุกกระทรวง โดยขอให้มีการเพิ่มเติมรายละเอียดสาระสำคัญให้ครอบคลุม อาทิ การเน้นเรื่องวาระโลกร้อน การลดก๊าซ CO2 เศรษฐกิจ BCG เป็นต้น เพื่อให้เสริมการทำงานของกระทรวง กรม ต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องดิจิทัลที่จะทำให้เกิดรายได้ ยกตัวอย่าง โครงการ SME One ID : หนึ่งรหัส หนึ่งผู้ประกอบการ ที่เป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารงาน อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ สามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าง สสว. และกระทรวงดีอีเอส เป็นต้น

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมการจัดทำพัฒนาแผนรัฐวิสาหกิจ ที่ได้ Mapping บทบาทของรัฐวิสาหกิจกับยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 ทำให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น โดยการแก้ไขปัญหาความยากจนรายครัวเรือนแบบพุ่งเป้าตาม TPMAP ที่รัฐบาลกำลังขับเคลื่อนดำเนินการตลอดปี 2565 มุ่งเน้นแก้ไขปัญหา 5 ประการคือ 1.รายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ 2.คุณภาพชีวิต 3.การเข้าถึงการศึกษา 4.การเข้าถึงการสาธารณสุข มีสุขภาพที่ดี และ 5.การเข้าถึงบริการภาครัฐ ซึ่งได้มีการตรวจสอบและได้ข้อมูลแล้ว โดยจะใช้งบประมาณของภาครัฐลงไปทุกกระทรวง หาเป้าหมายให้เจอเพื่อให้การส่งเสริม ซึ่งรัฐวิสาหกิจสามารถมีส่วนที่จะช่วยตรงนี้ โดยขอให้รัฐวิสาหกิจพิจารณาปรับการใช้งบ CSR เพื่อนำมาช่วยเสริมการแก้ไขปัญหาความยากจนได้

สำหรับมติที่ประชุม คนร. ที่สำคัญ คนร. เห็นชอบร่างแผนพัฒนารัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2566 – 2570 (แผนพัฒนารัฐวิสาหกิจฯ) ซึ่งจะเป็นกรอบทิศทางหลักในการพัฒนารัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง ให้มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 เพื่อเป็นกลไกในการถ่ายทอดยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ คนร. ยังได้กำหนดนโยบายให้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม ในการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาประเทศให้เป็นไปตามหลักเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG) และแนวคิดการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (ESG) รวมทั้งให้มีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจตามแผนดังกล่าวด้วย

คนร. รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไขปัญหาองค์กรของรัฐวิสาหกิจทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่ง คนร. ได้กำชับให้รัฐวิสาหกิจเร่งดำเนินการตามแผนให้เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม และให้กระทรวงเจ้าสังกัดกำกับดูแลและรายงานความคืบหน้าต่อ คนร. อย่างต่อเนื่อง

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณบอร์ด คนร. ทุกคน ที่ช่วยกันคิดและทำเพื่อประเทศไทย เพื่อคนไทยทุกคน ยืนยันนายกรัฐมนตรีไม่เป็นผู้ขัดแย้งกับใคร และทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อคนไทยทั้ง 70 ล้านคน โดยไม่แบ่งแยกพื้นที่ ไม่แบ่งแยกการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น โดยรัฐบาลจะต้องขับเคลื่อนข้าราชการทุกกระทรวงให้เดินหน้าไปด้วยกันอย่างพร้อมเพรียง