เช้าข่าว 7 สี

อดีตอาจารย์ ร้องกองปราบฯ เอาผิด หญิงไก่

เช้าข่าว 7 สี - หญิงอายุ 79 ปี อดีตอาจารย์ ไปร้องขอความเป็นธรรมกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม เพื่อขอให้ติดตามคดีที่ถูกหญิงไก่ หลอกเอาทรัพย์สินทั้งที่ดิน, อาคารแมนชัน, ทองแท่ง, พันธบัตรรัฐบาล ไปขายรวมมูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท ที่ทุกวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าคดีดังกล่าว

เรื่องราวของ นางญาดาภา ลักษณัย อดีตอาจารย์อายุ 79 ปี ที่เป็นผู้เสียหายถูก "หญิงไก่" หรือ นางมณตา หรือ นางศรัญญา หลอกลวงฉ้อโกง และยักยอกเอาทรัพย์สินไปขาย เอาที่ดินไปจำนอง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 15 ล้านบาท ที่เคยไปร้องเรียนไว้ในหลายท้องที่แต่คดีไม่คืบหน้า ต้องย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ที่ผู้เสียหายบังเอิญไปรู้จักกับ หญิงไก่ ที่ สน.ประชาชื่น จากเรื่องที่ถูกหลอกจ่ายเช็คเด้งความเสียหาย 9 ล้านบาท ซึ่งตอนนั้น หญิงไก่ ที่ไปทำธุระได้เสนอตัวช่วยเหลือ ประกอบกับผู้เสียหายต้องการขายห้องในแมนชันที่มีอยู่ 40 ห้อง ออกไป จึงเสนอให้ หญิงไก่ และตำรวจนายหนึ่งช่วยกันไปดำเนินการ หากทำสำเร็จจะให้ค่านายหน้าประมาณ 1 ล้านบาท จนเริ่มกลายเป็นความสัมพันธ์รู้จักและสนิทสนมกัน ก่อนที่จะเกิดเรื่องราวการฟ้องร้องดำเนินคดีกับหญิงไก่ จนถูกศาลตัดสินจำคุก และพ้นโทษออกมาเมื่อปี 2564

ต่อมาช่วงกลางปี หญิงไก่ ได้ใส่ชุดนุ่งขาวห่มขาว มาบอกว่าสำนึกผิดและกลับตัวเป็นคนดีแล้ว จากนั้นก็ขอเป็นลูกบุญธรรมดูแลผู้เสียหาย ด้วยความไว้ใจและหลงคารมจึงหลงเชื่อยอมทำตามอุบายที่เสนอมา

หนึ่งในอุบายสำคัญ คือการอ้างว่ามีความสนิทสนมกับ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการซื้อที่ดินต่าง ๆ ของผู้เสียหาย โดยมีรูปถ่ายยืนคู่กันยืนยันความสัมพันธ์ รูปถือแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายมูลค่า 50 ล้านยูโร หรือกว่า 2,000 ล้านบาท และการต่อสายโทรศัพท์ให้พูดคุยกับชายคนหนึ่งที่อ้างตัวเป็น อดีตนายกรัฐมนตรี คอยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ ระหว่างนั้นก็คอยบอกเล่าปัญหาการฟ้องร้องหย่ากับสามีที่จำเป็นต้องใช้เงิน จึงมาขอเอาทรัพย์สินของตนไปขาย หรือจำนอง แล้วบอกว่าจะชดใช้คืนให้ภายหลังคดีสิ้นสุด

หลังเกิดเรื่อง ผู้เสียหายได้แจ้งความกับตำรวจหลายพื้นที่ ทั้งจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ และกรุงเทพฯ โดยเฉพาะที่ สน.ประชาชื่น มีหลายคดีที่เข้าแจ้งความไว้ นอกจากนี้ยังได้ไปร้องเรียนกับ กมธ.วุฒิสภา ซึ่งล่าสุดก็มีมติให้ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ทำคดีนี้ โดยให้ สน.ประชาชื่น รวบรวมความเสียหาย ซึ่งจากการติดตามสอบถาม ตำรวจบอกว่าอยู่ระหว่างส่งรายละเอียดไปให้ กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 พิจารณา

ทั้งนี้ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ได้พาผู้เสียหายไปร้องขอความเป็นธรรมกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม ขอให้ช่วยรวมคดีที่ผู้เสียหายแจ้งความไว้ตามสถานีตำรวจหลายแห่ง ไว้อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจกองปราบปราม และขอให้ช่วยเร่งรัดสืบสวน ติดตามเอาทรัพย์สินมาคืนให้ผู้เสียหายด้วย

ต่อมาในช่วงเย็น นางศรัญญา อุปปาตะสันติ หรือ หญิงไก่ ได้ออกมาแถลงข่าวเปิดใจถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เธอไม่เคยไปขอเป็นลูกบุญธรรม ไม่เคยหลอกลวงเอาทรัพย์สินของอีกฝ่าย แต่กลับเป็นอีกฝ่าย ที่มาข่มขู่แบล็กเมล์เรียกร้องเอาทรัพย์สินจากตนเอง 20 ล้านบาท หากไม่ยินยอมก็ขู่ว่าจะไปฟ้องสื่อมวลชนให้เธอเป็นข่าวดังอีกรอบ แต่ตนเองไม่กลัวแล้ว เพราะที่ผ่านมาคดีต่าง ๆ ที่ฟ้องตนเอง ศาลก็ยกฟ้องหมด ตอนนี้กำลังรวบรวมเอกสารหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดในบ้าน จดหมายที่นางญาดาเขียนส่งมาให้ทั้งหมด เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ส่วนที่ก่อนหน้านี้ที่เคยมีคดีความฟ้องร้องกับเธอ เรื่องนี้มันจบไปนานแล้วไม่ขอพูดอีก ส่วนเรื่องในครั้งนี้ เมื่อผู้แจ้งความกล่าวหาว่า เธอเป็นคนหลอกลวง แต่ทำไมถึงยังเขียนจดหมายมาขอเป็นแม่ลูก ขอกลับมาอยู่ที่บ้านด้วย ซึ่งเธอไม่เคยเข้าไปหาก่อน มีแต่เขาที่เข้ามาหาเธอ โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ และยังมีจดหมายเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่พิสูจน์ได้ว่า เธอไม่เคยขอเป็นลูกเหมือนที่กล่าวอ้าง

ข่าวอื่นในหมวด