สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : รวบ เมธา เจ้าของดารุมะซูชิ คาสนามบิน

สนามข่าว 7 สี - หลังจากที่เจ้าของแบรนด์ดารุมะซูชิ ถูกจับกุมที่ท่าอากาศยาน ขณะเดินทางกลับไทย แสงสว่างปลายอุโมงค์ของผู้เสียหายซึ่งตกเป็นเหยื่อ ที่จะได้เงินคืน เริ่มมีความหวัง ตำรวจจึงเดินหน้าดำเนินคดี พร้อมกับตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อยึดทรัพย์นำเงินกลับมาคืนผู้เสียหายให้ได้มากที่สุด ไปติดตามรายงานนี้กับ คุณอภิเอก บัลลังก์โพธิ์

ตำรวจสอบสวนกลางเข้าจับกุม นายเมธา ชลิงสุข อายุ 39 ปี เจ้าของแฟรนไชส์ดารุมะซูชิ แบบไม่ทันตั้งตัว ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังหลบหนีไปสหรัฐอเมริกา ยึดของกลางเงินสดกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนควบคุมตัวไปสอบปากคำที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ บก.ปคบ.ทันที

ตรววจสอบข้อมูลย้อนหลังพบว่า บริษัท ดารุมะ ซูชิ จำกัด ได้จดทะเบียนบริษัทเพื่อประกอบกิจการร้านอาหาร เครื่องดื่ม เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2559 โดยมี นายเมธา เป็นกรรมการผู้มีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว ปัจจุบันมีร้านดารุมะซูชิ ทั้งหมด 27 สาขา โดยนายเมธาเป็นเจ้าของเอง 6 สาขา นอกนั้นเป็นของผู้ที่ซื้อแฟรนไชส์ไปเปิดร้าน ต่อมาได้ประกาศขายคูปองบุพเฟต์อาหารญี่ปุ่นในราคา 199 บาท มีลูกค้าจำนวนมากไปซื้อคูปอง ทั้งเก็บไว้ไปรับประทานเอง และนำไปขายต่อทำกำไร มีคูปองที่ขายไปแล้ว แต่ยังไม่ได้นำไปใช้กับทางร้านถึง 130,000 ใบ มูลค่าความเสียหายกว่า 25 ล้านบาท

กิจการดูดีเหมือนไม่มีอะไร จนกระทั่งวันที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา ร้านดารุมะซูชิทุกสาขา ต้องปิดให้บริการ เนื่องจากนายเมธาไม่ส่งวัตถุดิบให้กับร้านแฟรนไชส์ในเครือ ตัวนายเมธาเองก็ไม่สามารถติดต่อได้ มารู้อีกทีคือหนีไปต่างประเทศแล้ว ผู้เสียหายจึงไปร้องทุกข์ที่ บก.ปคบ. จากนั้นพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนศาลอนุมัติหมายนายเมธา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

จากการตรวจสอบไทม์ไลน์การหลบหนีของนายเมธา พบว่าเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ไปต่อเครื่องบินที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากนั้นจึงเดินทางไปยังนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยไปเปิดโรงแรมพักอยู่ 3 วัน ก่อนจะตัดสินใจเดินทางกลับไทย โดยขึ้นเครื่องบินที่นครนิวยอร์ก ในวันที่ 21 มิถุนายน แล้วไปต่อเครื่องบินที่ไต้หวัน ปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งตำรวจสอบสวนกลางได้ประสานข้อมูลกับตัวแทนหน่วยงานของสหรัฐอเมริกา จนทราบความเคลื่อนไหวของนายเมธา เป็นที่มาของการจับกุมครั้งนี้

ส่วนสาเหตุที่นายเมธาตัดสินใจกลับไทย เป็นเพราะถูกกดดัน จึงกลับมาสู้คดี ดีกว่าต้องหนีไปตลอดชีวิต ซึ่งนายเมธาได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ส่วนสาเหตุมาจากปัญหาการเงินขาดสภาพคล่อง เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงออกคูปองบุฟเฟต์ 199 บาท ขายเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในระบบ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้

อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้อายัดเงินจำนวนหลักแสนบาทในบัญชีเงินฝากของนายเมธา และอายัดเงินสดของกลางไว้ก่อน จากนี้จะสืบสวนขยายผลเส้นทางการเงินว่ามีการยักย้ายถ่ายเทไปที่ใดหรือไม่ โดยจะพยายามติดตามเงินกลับมาให้ได้มากที่สุด เพื่อยึดทรัพย์คืนให้กับผู้เสียหายต่อไป