7HDร้อนออลไน์

หมอมนูญ เผย อนาคตใกล้มี โมเดอร์น่ารุ่นใหม่ ครอบคลุมโอมิครอน-สายพันธุ์เดิม อาจฉีดปีละครั้ง

วันนี้ (23 มิ.ย.65) สถานการณ์แพร่ระบาดโควิดยังทรงตัว ขณะที่เชื้อไวรัสได้กลายพันธุ์หลบภูมิคุ้มกันจากวัคซีนตลอด แม้กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นหลังเข็ม 3 ได้ทุกๆ 4 เดือน แต่ยังมีจำนวนผู้ฉีดวัคซีนไม่มากพอ โดยเฉพาะกลุ่ม 608 ล่าสุด นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หรือ "หมอมนูญ" แพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนโควิดในกลุ่ม 608 ผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 มีการกลายพันธุ์ตลอดเวลา สายพันธุ์ที่ระบาดขณะนี้เป็นโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2 ซึ่งหลบหลีกภูมิคุ้มกันจากวัคซีนและจากการติดเชื้อธรรมชาติได้ดีกว่าสายพันธุ์เดิมๆ ในอนาคตอันใกล้กำลังเปลี่ยนสายพันธุ์อีกเป็น BA.4, BA.5

ปัจจุบันยอมรับแล้วว่าคนไทยต้องฉีดวัคซีนอย่างน้อย 3 เข็ม สำหรับคนที่จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง 608 ควรรับอย่างน้อย 4 เข็ม เนื่องจากคนไทยได้รับวัคซีนหลายสูตร สูตรไขว้ 2 เข็ม หรือ 3 เข็มก่อนหน้านี้ ไม่ว่าสูตรไหนก็ตาม ต้องปิดท้ายเข็มกระตุ้นด้วยวัคซีนชนิด mRNA ถึงจะปลอดภัย ยกตัวอย่างสูตรที่ยังดีไม่เพียงพอ เช่น ซิโนแวค/ชิโนฟาร์ม 3 เข็ม หรือซิโนแวค 2 เข็มตามด้วยแอสตร้า 1 เข็ม หรือได้รับแอสตร้าเซเนก้าเพียง 2 เข็ม จำเป็นต้องฉีดเข็มกระตุ้นด้วยวัคซีน mRNA คือไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาอย่างน้อยอีก 1 เข็ม

สำหรับคนสูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัวที่ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า 2 เข็ม ตามด้วยวัคซีนไฟเซอร์หรือโมเดอร์นา 1 เข็ม สามารถป้องกันการป่วยหนัก/เสียชีวิตได้มากกว่า 90% แต่ถ้าได้รับวัคซีน mRNA ปิดท้ายเพิ่มอีก 1 เข็มเป็นเข็มที่ 4 จะช่วยเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันที่ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป 4-5 เดือนให้สูงขึ้น ทำให้ลดโอกาสการติดเชื้อ ทำให้ป่วยแบบมีอาการเล็กน้อย และเพิ่มระดับการป้องกันป่วยหนัก/เสียชีวิตมากถึง 99 %

กลุ่มเสี่ยง 608 ฉีดเข็ม 3 แล้ว 3 เดือนให้มารับเข็ม 4 เป็นวัคซีนไฟเซอร์หรือโมเดอร์นาได้ นอกกลุ่มเสี่ยง 608 รับเข็ม 3 แล้ว 4 เดือนให้มารับเข็ม 4 ได้เช่นกัน ปัจจุบันมีคำแนะนำให้ฉีดเข็มกระตุ้นเพิ่มอีกทุก 4 เดือน หรืออยากจะรอฉีดวัคซีนรุ่นใหม่ ก็แล้วแต่ความสมัครใจของแต่ละคน

ในอนาคตอันใกล้ เราจะมีวัคซีน mRNA โมเดอร์นารุ่นใหม่ ที่ครอบคลุมทั้งสายพันธุ์โอมิครอนและสายพันธุ์ดั้งเดิม ประสิทธิภาพจะดีกว่าเดิมมาก อาจจะฉีดเพียงปีละครั้งเหมือนวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่