ห้องข่าวภาคเที่ยง

ปคม.เปิดปฏิบัติการ คอสเพลย์อวตาร

ห้องข่าวภาคเที่ยง - เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตำรวจปราบปรามการค้ามนุษย์ เปิดปฏิบัติการ "คอสเพลย์อวตาร" จับกุมผู้ใช้โซเชียลรายหนึ่ง ที่ล่อลวงให้เยาวชนหญิงถ่ายภาพในชุดคอสเพลย์ หรือชุดที่แต่งกายเลียนแบบตัวละครต่าง ๆ ให้มีภาพโป๊เปลือย แล้วส่งมาให้ดู ก่อนจะนำภาพดังกล่าวไปแบล็กเมล์ จนเด็กหญิงฆ่าตัวตาย

โดยเป้าหมายที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ บก.ปคม. ไปเปิดปฏิบัติการ "คอสเพลย์อวตาร" เข้าตรวจค้นและจับกุมเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เป็นบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านของ นายปิยบุตร อายุ 27 ปี ผู้ใช้โซเชียลรายหนึ่ง ที่ตำรวจสืบสวนพบข้อมูลว่า ได้หลอกลวงให้เยาวชนหญิงคนหนึ่ง ถ่ายภาพในชุดคอสเพลย์ หรือชุดที่แต่งกายเลียนแบบตัวละครต่าง ๆ ให้มีภาพโป๊เปลือย แล้วส่งมาให้ดู ก่อนจะนำภาพดังกล่าวไปแบล็กเมล์ จนเด็กหญิงฆ่าตัวตาย ที่ต่อมาพ่อและแม่ของผู้เสียชีวิต ได้นำเรื่องนี้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับผู้ที่หลอกลูกสาว

จากการตรวจค้นตำรวจพบหลักฐานเครื่องคอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ ที่มีหลักฐานเชื่อมต่อข้อมูล, หลักฐานการพูดคุยที่ผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นคนใช้บัญชีโซเชียลที่ตรงกับบัญชีในการก่อเหตุจริง รวมถึงภาพของผู้เสียชีวิต และภาพลามกอนาจารของหญิงที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี อีกหลายภาพ

พลตำรวจตรี วิวัฒน์ คำชำนาญ ผู้บังคับการ ปคม. เปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายปิยบุตร ช่วงแรกให้การภาคเสธ รับเพียงว่า เก็บคลิปภาพเด็กสาวในโทรศัพท์จริง แต่เป็นเด็กสาวที่เคยพูดคุยกัน หรือแฟนสาว รวมไปถึงภาพที่บันทึกมาจากทวิตเตอร์ต่าง ๆ เพราะเป็นคนชอบสะสมภาพสาวแต่งคอสเพลย์ ไม่ได้มีการข่มขู่หญิงสาวเหล่านั้นแต่อย่างใด ก่อนที่สุดท้ายจะยอมรับว่า เคยมีการข่มขู่เหยื่อว่าจะเอาภาพไปปล่อยตามสื่อสังคมออนไลน์จริง ซึ่งจากหลักฐาน ยังพบว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้เสียหายอย่างน้อย 2 ราย ค่อนข้างชัดเจน และ 1 ในนั้น ก็เป็นผู้ที่ทนแรงกดดันไม่ไหวจนต้องจบชีวิตตัวเอง

สำหรับพฤติการณ์ในการก่อเหตุ ผู้ต้อหาจะทักไปพูดคุยและตีสนิทกับกลุ่มเด็ก หรือเยาวชนที่มีความรักชอบในการแต่งชุดคอสเพลย์ ผ่านแอปลิเคชันทวิตเตอร์ หรืออินสตาแกรม จากนั้นจะชวนคุยเชิงหว่านล้อม และเสนอผลประโยชน์ให้ถ่ายภาพโป๊เปลือยของตัวเองมาให้ เพื่อแลกกับเงิน 3,000-6,000 บาท เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ ผู้ต้องก็จะแอบบันทึกภาพดังกล่าวไว้ใช้ข่มขู่ให้ผู้เสียหายยอมทำตาม ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผู้เสียหายหลายรายนำเรื่องที่ถูกข่มขู่ไปโพสต์ และแชร์เตือนภัยให้ระวัง

ส่วนคดีนี้ เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา ครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กเพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางเพศสำหรับตนเองหรือผู้อื่น ก่อนพาตัวไปสอบสวนปากคำ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวอื่นในหมวด