ห้องข่าวภาคเที่ยง

จับอีก 4 คน ผู้ร่วมขบวนการล่าลูกเสือโคร่ง

ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจ บก.ปทส. กระจายกำลังเข้าค้นใน 5 จังหวัด จับกุมผู้ต้องหาอีก 4 คน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการล่าลูกเสือโคร่ง สอบสวนหนึ่งในผู้ต้องหาอ้างว่าลักลอบนำมาจากชายแดน มาขายต่อในราคา 160,000 บาท

โดยเป้าหมาย 6 จุด อยู่ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, นนทบุรี, พระนครศรีอยุธยา และสุพรรณบุรี ที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บก.ปทส. นำหมายศาลเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหา 4 คน คือ นายบวรวิชย์ ซึ่งเป็นผู้ขออนุญาตเปิดกิจการสวนเสือในจังหวัดสุพรรณบุรี, นางสาว พรทิพย์ และนาย สมบัติ เป็นผู้ค้าคนกลางที่สั่งซื้อลูกเสือโคร่ง และนาย สุเทพ ที่เป็นคนนำลูกเสือโคร่งไปมอบ ซึ่งทั้งหมดถูกดำเนินคดีฐาน ร่วมกันค้าและมีไว้ครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

พลตำรวจตรี มานะ กลีบสัตบุศย์ ผู้บังคับการ ปทส. เปิดเผยว่า คดีนี้เป็นการขยายผลต่อเนื่องจากการล่อซื้อจับกุมขบวนการลักลอบจำหน่ายลูกเสือโคร่ง ที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา จากนั้นก็ขยายผลต่อจนสืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 4 คนนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการดังกล่าว ผู้ต้องหาทั้งหมดจำนนต่อหลักฐาน ให้การรับสารภาพอ้างว่า ลูกเสือโคร่งที่นำไปส่งให้ตำรวจ ลักลอบนำเข้ามาจากชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน แล้วขายต่อ ๆ กัน จนมีราคาอยู่ที่ 160,000 บาท ซึ่งไม่ปักใจเชื่อคำให้การนี้ โดยจะประสานให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบ DNA ของลูกเสือโคร่ง เพื่อยืนยันข้อเท็จจริง

สำหรับขบวนการดังกล่าว พบว่ามีการเปิดกิจการแบบถูกกฎหมายบังหน้า แล้วแอบลักลอบรับคำสั่งซื้อจากผู้ที่ต้องการ ไปจัดหาสัตว์ประเภทต่าง ๆ ทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ส่งขายให้กับลูกค้า ส่วนผู้ที่ซื้อไปสันนิษฐานว่า ช่วงแรกอาจนำไปเป็นสัตว์เลี้ยงตามกระแสความนิยม แต่หลังจากที่เสือโตเต็มวัย ต้องดูว่าเจ้าของรายนั้น ๆ เลี้ยงดูต่อไปไหวหรือไม่ เพราะหากไม่ไหวก็เป็นไปได้ว่าอาจถูกนำไปขายต่อ ให้กับผู้ที่ต้องการไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ แทน