สนามข่าว 7 สี

สุดโหด ตามง้อแฟนสาวไม่สำเร็จ ใช้มีดแทงเสียชีวิตในโรงเรียน จ.สุรินทร์

สนามข่าว 7 สี - เรื่องนี้ก็สลดและอุกอาจไม่แพ้กัน เมื่อแฟนหนุ่มมาตามง้อขอคืนดี แฟนสาวที่เป็นครูอยู่ในโรงเรียน ไปตามง้อถึงในโรงเรียน ก่อนจะง้อไม่สำเร็จ โมโหใช้มีดแทงแฟนสาวเสียชีวิตในห้องพักครู ขณะที่ตนเองจะปีนกำแพงหลบหนี แต่พลาดหล่นขาหัก เจ็บสาหัส

ตำรวจ สภ.ปราสาท ได้รับแจ้งเหตุเกิดมีการทำร้ายร่างกายกันด้วยการใช้อาวุธมีด จนมีคนเสียชีวิตอยู่ภายในโรงเรียน ตำรวจจึงประสานเจ้าหน้าที่กูภัย ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ โดยที่เกิดเหตุเกิดขึ้นภายในโรงเรียนสุวรรณวิจิตรวิทยา ในเขตเทศบาลตำบลกังแอน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ภายในห้องพักครู พบศพ นางสาวอังคณา จุดาบุตร อายุ 29 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือด ตามร่างกายมีบาดแผลจากการถูกอาวุธมีดแทงหลายแผล โดยเฉพาะที่บริเวณลำคอ และลำตัว

จากการสอบถามผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ บอกว่า ผู้ที่ก่อเหตุคือ นายวรพงษ์ (ไม่ทราบนามสกุล) หรือนายโบ้ แฟนหนุ่มของผู้เสียชีวิต ได้เข้ามาที่โรงเรียน ก่อนที่จะเดินตรงไปยังห้องพักครูที่ผู้เสียชีวิตพักอยู่ ซึ่งในห้องดังกล่าวก็มีเพื่อนครู และพระอาจารย์ ร่วมอยู่ด้วย

จากนั้นผู้ก่อเหตุได้พยายามพูดขอคืนดี แต่ผู้เสียชีวิตไม่ยอมพูดด้วย เนื่องจากอยู่ในเวลางาน ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะโมโห แล้วเข้าไปทำร้ายร่างกายแฟนสาว และใช้อาวุธมีดที่อยู่ในกระเป๋าที่พกติดตัวมาด้วย แทงเข้าที่ร่างกายนับไม่ถ้วน จนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาเพื่อนครู จากนั้นผู้ก่อเหตุก็วิ่งออกไปจากห้องพักเพื่อหลบหนี

โดยหลังจากที่ผู้ก่อเหตุทำร้ายแฟนสาวจนเสียชีวิต ก็ได้พยายามเดินหลบหนีออกมา แต่ก็ได้กระโดดชั้น 2 ของอาคารเพื่อหนี แต่พลาดขาหักได้รับบาดเจ็บ ทำให้คุณครูผู้ชายและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เข้าไปชาร์จตัวเพื่อคุมตัว ก่อนที่จะนำส่งโรงพยาบาล และให้ตำรวจอายัดตัวไปดำเนินคดี

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามกับทางผู้อำนวยการโรงเรียน ได้บอกว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะครูผู้เสียชีวิตนั้นเป็นที่รักของนักเรียน และนิสัยดี เรียบร้อย และมาทราบภายหลังว่า ผู้เสียชีวิตนั้นเพิ่งจะหย่าร้างกับผู้ก่อเหตุมาได้มานาน และผู้ก่อเหตุก็พยายามตามง้อขอคืนดีมาโดยตลอด ส่วนที่ผู้ก่อเหตุกระโดดลงมาจากชั้น 2 ของอาคารนั้น ไม่แน่ใจว่าตั้งใจกระโดดเพื่อฆ่าตัวตายหนีความผิด หรือต้องการหลบหนีกันแน่ และหลังเกิดเหตุทางโรงเรียนก็ได้ยุติการเรียนการสอนชั่วคราว และให้นักเรียนทั้งหมดรีบกลับบ้านทันที

ข่าวอื่นในหมวด