7HDร้อนออนไลน์

BA.4 - BA.5 พบในไทย 181 คน จับตาอีก 2-3 สัปดาห์ รู้แนวโน้มรุนแรงเท่าเดลตาหรือไม่

จับตาโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.5 วันนี้ (24 มิ.ย. 65) นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงความคืบการเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด-19 และการกลายพันธุ์ โดยระบุว่าขณะนี้โอมิครอนเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดทั่วโลก  โดยเชื้อกลายพันธุ์ย่อย 6-7 ตัว ถูก WHO จัดเป็นสายพันธุ์ย่อยที่ต้องจับตา ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมี BA.4 / BA.5 รวมอยู่ด้วย ทั้งนี้การกลายพันธุ์ในตำแหน่ง L452R เป็นลักษณะเดียวกับสายพันธุ์เดลตา ทำให้เกิดการติดเชื้อในปอดและปอดอักเสบมากขึ้น

ล่าสุด WHO วิเคราะห์พบว่า BA.5 เป็นตัวที่น่าจับตาใกล้ชิด พบใน 62 ประเทศโดยมีสัดส่วนสูงขึ้นจาก 16% เพิ่มเป็น 25% ขณะที่ BA.4 มีการระบาดลดลง ทำให้คาดการณ์ได้ว่า BA.5 จะเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย

62b53d81386e41.76020507.PNG

นพ.ศุภกิจ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ไม่อยากให้ประชาชนวิตกกังวลไปเกินกว่าเหตุ แม้จะพบสัญญาณชัดเจนถึงการแพร่เร็วกว่า BA.2 ซึ่งก็แพร่เร็วอยู่แล้ว อีกทั้ง BA.5 สู้กับแอนติบอดีได้ดีกว่า ยารักษาในบางคนพบการตอบสนองน้อยลง แต่เชื้อจะทำให้ป่วยรุนแรงหรือไม่ยังต้องรอข้อมูลเพิ่มเติม ขณะนี้เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน อย่างไรก็ตาม ในการศึกษาพบว่า กลุ่มที่เคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อนสามารถติดเชื้อซ้ำได้ โดยคนที่ไม่เคยฉีดวัคซีนแล้วติดเชื้อ พบว่าภูมิต้านทานลดลง 6-7 เท่า ขณะที่คนฉีดวัคซีน ภูมิต้านทานลดลง 3 เท่า

62b53cf572f579.62807299.PNG

เรากำลังเปิดประเทศเพื่อให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ BA.5 เมื่อเทียบกับ BA.2 แพร่เร็วกว่าจริง ในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาเพิ่มไป 1.5 เท่า แต่ในหลายประเทศไม่ได้แพร่เร็วขึ้น โดยทั่วโลกมีรายงานแล้ว 31,577 ตัวอย่าง แนวโน้มกราฟสูงชันขึ้น แต่กรมวิทย์ฯ ขอให้ความมั่นใจกับประชาชนว่า การตรวจจับสายพันธุ์ของไทยยังทำหน้าที่ต่อเนื่อง ไม่มีสายพันธุ์ย่อยตัวใดหลบชุดตรวจ และ ATK ยังสามารถตรวจพบเชื้อนี้ได้ 

ขณะนี้ BA.4 BA.5 จาการตรวจ 400 ตัวอย่าง พบแล้ว 181 คน ในกลุ่มผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 48 ตัวอย่าง คิดเป็น 45.7% และตรวจพบการติดเชื้อในประเทศ 133 ตัวอย่าง ซึ่งยังคงต้องจับตาต่อไปอีก 2-3 สัปดาห์ ก็จะเห็นแนวโน้มที่แท้จริงในไทยว่าจะทำให้ติดเชื้อรุนแรงขึ้นหรือไม่ โดยจะจับตาจากผู้ป่วยในโรงพยาบาล

62b53cdecdfae3.04244311.PNG