ห้องข่าวภาคเที่ยง

เฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด-19 ในไทย

ห้องข่าวภาคเที่ยง - กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบผู้ติดเชื้อโคมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 มากขึ้น พร้อมเฝ้าจับตาจำนวนผู้ติดเชื้อในระยะ 2-3 สัปดาห์ แต่ยืนยัน ไทยยังมีความสามารถในการตรวจจับพันธุกรรม เฝ้าระวังเชื้อกลายพันธุ์ ระบาดในไทยได้

นายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า โควิด-19 ที่ระบาดในไทย และ ทั่วโลก ปัจจุบันเป็นสายพันธุ์โอมิครอนทั้งหมด และองค์การอนามัยโลก ให้สถานะสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 เป็นสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าจับตา ซึ่งมีการกลายพันธุ์ในตำแหน่ง L452R คล้ายกับสายพันธุ์เดลตา ซึ่งพบว่า มีความสามารถในการแพร่เชื้อเพิ่มขึ้น เร็วกว่าโอมิครอนดั้งเดิม 1.4-1.5 เท่า และหลบภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น ทำให้เกิดปอดอักเสบได้มากขึ้น โดยในหลายประเทศ พบการเพิ่มจำนวนของสายพันธุ์ย่อย BA.5 มากขึ้นด้วย แต่จะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ยังต้องเฝ้าจับตากันต่อไป

โดยมีรายงานว่าโคมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 สามารถต่อสู้กับภูมิคุ้มกันของคนเราได้มากขึ้นด้วย ยารักษาที่จะสู้กับเชื้อตอบสนองน้อยลง ในกลุ่มที่เคยติดเชื้อมาก่อน สามารถติดเชื้อ BA.4 และ BA.5 ได้ แต่ใครที่ฉีดวัคซีนแล้ว และมีภูมิคุ้มกันมาก อาจจะสู้กับทั้ง 2 สายพันธุ์ย่อยนี้ได้

ส่วนการเฝ้าระวังของไทย อธิดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ยืนยันว่า ยังมีความสามารถในการตรวจจับรหัสพันธุกรรม ทั้งแบบตรวจเร็ว ที่ได้ผลภายใน 1 วัน โดยที่ศูนย์วิทยาศาตร์การแพทย์ 15 แห่งทั่วประเทศ ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการถอดรหัสพันธุกรรมทั้งตัว ที่จะใช้เวลานานกว่า ก็ยังดำเนินการอยู่ และยังตรวจจับได้ทุกสายพันธุ์

ปัจจุบันไทย พบผู้ติดเชื้อโคมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 สัดส่วนเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้เจอแล้ว 181 คน โดยยังพบในผู้มี่เดินทางมาจากต่างประเทศ มากกว่าในประเทศ ซึ่งยังต้องจับตาช่วง 2-3 สัปดาห์ต่อเนื่อง ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร และถึงแม้จะไม่มีการบังคับตรวจ RT-PCR แต่ได้ขอความมือโรงพยาบาลต่าง ๆ ถ้ามีผู้ป่วยโควิด-19 ที่ผิดปกติให้ส่งต่อมาเพื่อตรวจหาสายพันธุ์ต่อไป