7HDร้อนออนไลน์

จุรินทร์ จับมือหอการค้าไทย เจรจาผู้ซื้อจากซาอุฯ กว่า 100 ราย พร้อมนำเข้าปุ๋ยราคาพิเศษช่วยเกษตรกรไทย

วันนี้(24 มิ.ย.2565) นายจุรินทร์  ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียในโอกาสที่คณะนักธุรกิจซาอุฯ เดินทางเยือนไทย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมที่ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้ได้เชิญประชุมหารือเป็นกรณีพิเศษในการนำเข้าปุ๋ยจากซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเชิญภาคเอกชนมาประชุมร่วมกับกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศ  เพื่อเตรียมการนำเข้าปุ๋ยอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากนายกรัฐมนตรีนำคณะภาครัฐและเอกชนเปิดสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย มีความคืบหน้าทั้งการค้าและการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนำคณะไปเยือนซาอุดีอาระเบีย จากนี้ไปจะเป็นกิจกรรมเชิงลึกด้านการค้าที่กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามามีบทบาทเพิ่มเติมต่อไป

ประเด็นที่หารือวันนี้คือ การนำเข้าปุ๋ยจากซาอุฯ ซึ่งปกติประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยจากซาอุฯ ผ่านบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดคือ บริษัท SABIC (Saudi Basic Industries Corporation) ซึ่งมีผลผลิตปุ๋ยยูเรียปีละ 2.2 ล้านตันต่อปี และประเทศไทยเป็นลูกค้ารายสำคัญของบริษัท ข่าวดีขณะนี้ทางการซาอุฯ เปิดโอกาสให้บริษัทที่ผลิตปุ๋ยอีก 2 บริษัทสามารถเจรจาขายปุ๋ยให้กับประเทศไทยได้ จะมี 3 บริษัทใหญ่นอกจาก SABIC คือบริษัท MA'ADEN (Saudi Arabian Mining Co.) และบริษัท ACO group ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ Alim Investment Co. Ltd. Saudi Arabia ผู้ผลิตปุ๋ยรายใหญ่ลำดับต้นของซาอุฯ  โดยไทยรวบรวมตัวเลขผ่านสภาหอการค้าและสมาคมการค้าปุ๋ยไทยเบื้องต้นมีความประสงค์ซื้อปุ๋ยจากซาอุฯรวม 8 แสนตัน เป็น ยูเรีย 5.9 แสนตัน ปุ๋ยฟอสเฟต 1.93 แสนตัน และปุ๋ยโพแทสเซียม 2.5 หมื่นตัน ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ กระทรวงพาณิชย์โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะจัด Business Matching จับคู่ธุรกิจให้พบกันระหว่างผู้ส่งออกปุ๋ยรายใหญ่ 3 รายของซาอุฯ กับผู้นำเข้าปุ๋ยของไทยทั้งหมดที่สนใจ ช่วยให้การเจรจาซื้อปุ๋ยจากซาอุฯ เป็นรูปธรรม เพื่อแก้ปัญหาทั้ง 2 ข้อ 1.ให้ประเทศไทยมีปริมาณปุ๋ยพอใช้สำหรับเกษตรกร มีหลักประกันมากขึ้นเพราะมีแหล่งนำเข้าพิเศษเพิ่มเติม และ 2.เรื่องของราคาให้เป็นหน้าที่ของเอกชนเจรจาหวังว่าจะได้ต้นทุนที่ต่ำลงเป็นกรณีพิเศษจากความสัมพันธ์ที่มีต่อกันต่อไป

เรื่องที่สอง ที่ภาคเอกชนของซาอุฯ จะมาเยือนไทย โดยมีหอการค้าไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อตอบรับกิจกรรมการค้าการลงทุนระหว่างกันในช่วง วันที่ 4-6 ก.ค.2565 สำหรับกระทรวงพาณิชย์จะจัดกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจให้ระหว่างผู้นำเข้าของซาอุฯ ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยประมาณ 100 ราย และผู้ส่งออกไทยร่วมกิจกรรมไม่ต่ำกว่า 120 ราย ที่ห้างไอคอนสยาม เพื่อจับคู่เจรจาธุรกิจระหว่างกัน หวังว่าจะเพิ่มยอดตัวเลขการส่งออกของไทยไปซาอุฯ มากขึ้น ซึ่งจะมีสินค้าที่มีความหลากหลายทั้ง สาขาโทรคมนาคม ไอที ท่องเที่ยว อัญมณี อาหาร เสื้อผ้า แฟชั่น สุขภาพความงาม และบริการโลจิสติกส์ ด้านอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุด้วยว่า กระทรวงพาณิชย์ตามนโยบายของนายจุรินทร์ กำลังเดินหน้าเตรียมจัดกิจกรรมเจรจาการค้าสินค้าปุ๋ยกับ 3 บริษัทปุ๋ยยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย  เช่นบริษัท MA'ADEN เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตแร่ธาตุรายใหญ่, ACO group ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ Alim Investment Co. Ltd. Saudi Arabia ผู้ผลิตปิโตรเคมี และโพลิเมอร์รายใหญ่ และ SABIC (Saudi Basic Industries Corporation) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ อาทิ ปิโตรเคมี โพลิเมอร์ ปุ๋ย และโลหะรายใหญ่ของโลก เพื่อหาแหล่งนำเข้าอื่นทดแทนแหล่งเดิมที่มีปัญหาจากผลกระทบของสงคราม ป้องกันปัญหาปุ๋ยขาดตลาด  ซึ่งปัจจุบันได้ประสานไปยังรัฐบาลซาอุฯ และได้รับคำยืนยันว่ายินดีที่จะส่งออกปุ๋ยมาตามจำนวนที่ไทยต้องการ

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์การส่งออกอาจจะขยายตัวได้ถึง 6.2% หรือประมาณ 54,691 ล้านบาท ทั้งนี้ปี 2564 การค้ารวมไทยซาอุฯ มีมูลค่า 233,075 ล้านบาท ซึ่งประเทศไทยส่งออกไปซาอุฯ มีมูลค่า 51,500 ล้านบาท และไทยนำเข้าจากซาอุฯ 181,524 ล้านบาท