สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์

พ่อมือแทงครูสาวเสียชีวิต เปิดใจรับไม่ได้ ลูกชายก่อเหตุฆาตกรรมโหด

สนามข่าวเสาร์-อาทิตย์ - เมื่อวานนี้ (24 มิ.ย.) เราได้นำเสนอเรื่องราวของสามีมาตามง้อขอคืนดีภรรยาที่เป็นครูอยู่ในโรงเรียน แต่ง้อเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ สามีจึงเกิดโมโห ใช้มีดแทงภรรยาเสียชีวิตในห้องพักครู จากนั้นก็กระโดดระเบียงหวังหลบหนี แต่พลาดพลัดตกลงมาจากชั้น 2 ขาหัก เจ็บสาหัส

ทีมสนามข่าว 7 สี ได้นำเสนอเรื่องราวสลดที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลกังแอน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงอายุ 29 ปี ถูกอาวุธมีดแทงหลายแผล โดยเฉพาะที่บริเวณลำคอและลำตัว ผู้ที่ก่อเหตุ คือ ชายอายุ 26 ปี สามีของผู้เสียชีวิต ได้เข้ามาที่โรงเรียน ก่อนที่จะเดินตรงไปยังห้องพักครูที่ผู้เสียชีวิตพักอยู่ และลงมือก่อเหตุดังกล่าว

จากข้อมูลทราบว่าผู้ก่อเหตุและผู้เสียชีวิต มีลูกด้วยกัน 2 คน คือ เด็กหญิงอายุ 3 ขวบ และเด็กชายอายุ 1 ขวบ ซึ่งขณะนี้พ่อแม่ของผู้ต้องหาได้รับหลานทั้ง 2 คนไปดูแลแล้ว โดยพ่อของผู้ต้องหาอายุ 73 ปี บอกว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ตนเองรู้สึกเสียใจมากที่สุดในชีวิต และไม่รู้ว่าจะต้องเสียใจอีกกี่ครั้ง แถมยังมีหลาน 2 คน ที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยให้ดูแลอีก โดยที่ตัวเองก็ลำบาก เงินก็ไม่ค่อยมี ที่ผ่านมาเงินที่เก็บได้ก็เอาไปใช้จ่ายในงานแต่งของผู้ก่อเหตุกับภรรยาคนแรก พอตนเองเริ่มเก็บเงินได้ 70,000-80,000 บาท ลูกชายคนนี้ก็มีภรรยาใหม่อีก ตนเองก็ต้องนำเงินที่เก็บมาไปสู่ขออีก ที่ผ่านมาลูกชายก็ไม่ทำงาน เอาแต่ไถเงินภรรยาทุกวัน ผู้เป็นพ่อถึงกับตัดพ้อว่า ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีลูกแบบนี้เลย มีเรื่องให้หนักใจทุกวัน

ด้านแม่ของผู้เสียชีวิต อายุ 53 ปี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาลูกสาวและผู้ก่อเหตุทะเลาะกันอยู่บ่อยครั้ง ก่อนทั้งคู่จะตัดสินใจเลิกกันได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว ลูกสาวก็กลับมาอยู่กับเธอ หลานก็อยู่กับปู่และย่า แต่ไปมาหาสู่กันตลอด หลายครั้งที่ผู้ก่อเหตุมาตามง้อลูกสาว แต่ก็ไม่คิดว่าฝ่ายชายจะลงมือก่อเหตุร้ายแรงเช่นนี้

ตำรวจบอกว่าจากการสอบปากคำผู้ต้องหา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า ก่อนก่อเหตุตนเองได้ดื่มสุรา จากนั้นก็ไปตามง้อขอคืนดีกับภรรยา แต่ไม่สำเร็จ จึงโมโห และก่อเหตุดังกล่าวขึ้น โดยขณะนี้ผู้ต้องหายังคงต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล โดยมีตำรวจเฝ้าอย่างใกล้ชิด ส่วนการทำแผนยังคงต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังอยู่ในอาการบาดเจ็บ ส่วนร่างผู้เสียชีวิตถูกส่งไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด โดยครอบครัวยังคงอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจจากเรื่องที่เกิดขึ้น 

สำหรับโรงเรียนที่เกิดเหตุนั้น ถูกสั่งปิดอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากครูและนักเรียนยังคงอยู่ในอาการตกใจจากเรื่องดังกล่าว โดยมีการเพิ่มมาตรการการป้องกันเหตุให้เข้มงวดมากขึ้น