ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : มรดกทุจริต ค่าโง่โฮปเวลล์ เอกชนไล่ทวง รัฐยื้อเวลา

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ พาท่านผู้ชมไปดูการตามทวงหนี้ของบริษัทโฮปเวลล์ 27,000 ล้านบาท เรื่องนี้รัฐบาลมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร สถานะของคดีความไปถึงไหน ติดตามกับคุณสมจิตต์ นวเครือสุนทร

เป็นการทวงเงินรัฐบาลของบริษัทโฮปเวลล์ ประเทศไทย ในโครงการระบบการขนส่งทางรถไฟยกระดับในกรุเทพมหานคร หรือโครงการโฮปเวลล์ จากคดีที่ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2562 ให้กระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. ต้องชดใช้เงินก้อนโตรวมทั้งต้นและดอกเบี้ยกว่า 24,000 ล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่จ่ายเงินก้อนดังกล่าว สถานะของคดีมีความพลิกผัน รัฐหวังไม่ต้องจ่ายเงินก้อนนี้ หลังวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งรับคำร้องขอรื้อคดีใหม่ จากปมนับระยะเวลาฟ้องคดี ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า มติที่ประชุมใหญ่ตุลาการศาลปกครองสูงสุด ให้นับอายุความฟ้องคดีในวันที่ ศาลปกครองเปิดทำการ ที่ถูกนำมาอ้างอิงในคดีนี้ แทนที่จะนับอายุความคดี ตั้งแต่วันที่ รู้หรือควรรู้เหตุแห่งการฟ้องคดี รวมทั้งการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนกฎหมาย และไม่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไม่อาจนำมาใช้บังคับได้ ส่งผลให้กระทรวงคมนาคมนำมาเป็นประเด็นพลิกคดีใหม่ นำไปสู่คำสั่งศาลปกครองกลาง ให้งดการบังคับคดีที่กระทรวงคมนาคมต้องจ่ายเงินออกไปก่อน จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา และกลายเป็นที่มาของการออกคลิปทวงเงินของบริษัทโฮปเวลล์

จากคำขู่ของบริษัทโฮปเวลล์ ประเทศไทย ระบุว่า ทุก ๆ วัน รัฐจะต้องจ่ายค่าชดเชยเพิ่มวันละ 2.4 ล้านบาท หากยังประวิงเวลา โดยใช้ข้อกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม หน่วงเหนี่ยวการคืนเงิน อาจจบที่รัฐบาลต้องชดใช้ให้บริษัทถึง 100,000 ล้านบาท แต่ในมุมของภาครัฐ ยังเห็นว่าการสู้คดีเดินมาถูกทางแล้ว และปลายทางของเรื่องนี้ อาจจบที่รัฐไม่ต้องจ่ายเงินแม้แต่สตางค์แดงเดียว เพราะการฟ้องคดีของบริษัทโฮปเวลล์ฯ ขาดอายุความไปแล้ว

สำหรับสถานะของคดีนี้ เท่ากับกลับไปเริ่มต้นใหม่ โดยมีเพียงประเด็นเดียวที่ต้องพิจารณาคือ คดีขาดอายุความหรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง เชื่อว่าไม่ว่าฝ่ายไหนชนะฝ่ายที่แพ้จะมีการยื่นอุทธรณ์ต่อไปจนถึงศาลปกครองสูงสุด จึงเป็นมหากาพย์ที่ยังไม่มีใครรู้ว่าจะใช้เวลาอีกนานแค่ไหน กว่าเรื่องราวจะยุติ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างประจานการทุจริตที่กินเวลานานถึง 33 ปี แต่ยังหาบทสรุป และเอาผิดกับใครไม่ได้ มิหนำซ้ำ รัฐอาจต้องเสียเงินมหาศาลไปกับการจ่ายค่าชดเชยด้วย