ห้องข่าวภาคเที่ยง

สภาวิศวกรฯ ตรวจสอบโครงสร้างอาคารย่านสำเพ็ง

ห้องข่าวภาคเที่ยง - สภาวิศวกร วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. และสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ย่านสำเพ็ง พร้อมถอดบทเรียนลดความเสี่ยงเกิดเหตุสลดซ้ำรอย

ประธานคณะทำงานประสานงานด้านภัยพิบัติจากอัคคีภัย สภาวิศวกร ตรวจสอบอาคารพาณิชย์ที่เป็นต้นเพลิง ประเมินสถานการณ์ คาดว่า เกิดจากหม้อแปลงหน้าตลาดสำเพ็ง เกิดภาวะขัดข้องจากความร้อนสูงภายในหม้อแปลง จนเกิดการรั่วไหล หรือ ระบายออกอย่างรวดเร็วของน้ำมันหม้อแปลง จุดประกายไฟ และลุกไหม้อย่างรุนแรง

ประกอบกับพื้นที่ด้านล่างหม้อแปลง มีการค้าขายและเก็บของ และอาคารพาณิชย์ใกล้เคียงเป็นร้านขายของและจัดเก็บสินค้าประเภทพลาสติก กระดาษ ใยสังเคราะห์ ตลอดจนมีก๊าซหุงต้มจากร้านอาหาร และสายไฟฟ้า สายสัญญาณจำนวนมาก กลายเป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้เพลิงไหม้ลุกลาม

สำหรับมาตรการลดความเสี่ยงให้ใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย ต้องปรับปรุงแก้ไข ให้หม้อแปลงไฟฟ้า เว้นระยะห่างจากอาคาร ไม่น้อยกว่า 1 เมตร 80 เซนติเมตร อย่างในกรณีนี้จะเห็นได้ว่า หม้อแปลงอยู่ชิดกับตึกแถวมาก 

นอกจากนี้ อาคารสูง ต้องจัดทางออกหนีไฟที่ปลอดภัย และติดตั้งหน้าต่างเหล็กดัด ที่เปิดหนีไฟได้ทุกชั้น จากแต่ก่อนที่จะเป็นลูกกรงเหล็กปิดสนิท ทำให้คนบนตึก อพยพหนีไฟออกมาไม่ได้ 

ในกรณีที่หม้อแปลงไฟฟ้าติดตั้งอยู่ในชุมชน จะต้องช่วยกันดูแลสังเกตการชำรุดเสียหาย ไม่ตั้งสิ่งของกีดขวาง รุกล้ำ ติดชิดเสา หรือรั้วหม้อแปลงไฟฟ้า 

ขณะที่ อาจารย์สันต์ ศรีอรรฆ์ธำรง อาจารย์พิเศษคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม นิด้า แนะนำวิธีการเอาตัวรอด ถอดบทเรียนจากหม้อแปลงระเบิดที่สำเพ็ง หากพบสิ่งผิดปกติ ทั้งสายสื่อสารรกรุงรัง ที่อยู่กับเสาใต้หม้อแปลง ร้านค้าที่ตั้งอยู่ใต้หม้อแปลง 2-3 ร้าน อาคารที่ติดหม้อแปลง เป็นหน้าต่างไม้และเปิดหน้าต่างไว้ นอกจากนี้ มีรถจอดใต้หม้อแปลงและใกล้ ๆ หลายคัน

วิธีเอาตัวรอด จากเหตุหม้อแปลงระเบิด อย่าซื้อตึกแถว ห้องแถวที่มีหม้อแปลงอยู่หน้าบ้าน หรือข้าง ๆ บ้านในระยะประชิด หรือ ถ้าซื้อมาแล้ว ให้ใช้หน้าต่างที่ไม่ติดไฟ ทนไฟ และปิดหน้าต่าง 

สำหรับห้องที่อยู่ใกล้หม้อแปลง อย่าให้มีผ้าม่าน หรือวัสดุที่ติดไฟได้อยู่ใกล้หน้าต่าง ส่วนรถยนต์ ย้ำว่าอย่าจอดรถใต้หม้อแปลง และอย่าตั้งแผงค้าขายใต้หม้อแปลง

ขอบคุณภาพจาก : Facebook Sunt Srianthumrong