สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ตรวจหาสาเหตุเพลิงไหม้สำเพ็ง

สนามข่าว 7 สี - ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน, การไฟฟ้านครหลวง, วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ย่านตลาดสำเพ็ง เบื้องต้นยังไม่ชี้ชัดว่าเกิดจากหม้อแปลงระเบิดหรือไม่ ขณะที่เจ้าของคลิปที่เป็นเบาะแสเห็นหม้อแปลงมีกลุ่มควันพวยพุ่ง เปิดใจถึงวินาทีเฉียดตายกับทีมข่าว 7HD ติดตามจากรายงานของคุณ ศิรัณพร มูลอุทก 

ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน, วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, การไฟฟ้านครหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารพาณิชย์ 7 คูหา ที่ถูกเพลิงโหมลุกไหม้ ย่านตลาดสำเพ็ง พบว่าตัวอาคารที่ 1-3 ถูกความร้อนเผาไหม้เป็นเวลานาน ประกอบกับตัวอาคารมีการอุ้มน้ำที่ฉีดดับเพลิง จึงทำให้โครงสร้างอาคารที่เป็นส่วนรับน้ำหนัก เกิดการแอ่นตัวอย่างเห็นได้ชัด จึงไม่สามารถใช้การได้อีก และต้องรื้อถอนอาคารออกทั้งหลัง เพื่อความปลอดภัย

ตรวจสอบหม้อแปลง ที่คาดว่าเป็นต้นเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ พบรอยระเบิดด้านหลัง มีสภาพพังยับเยิน คาดเกิดจากความร้อนสูง ทำให้น้ำมันหม้อแปลงรั่ว เกิดประกายไฟโหมลุกไหม้ แต่อย่างไรก็ดียังไม่สามารถชี้ชัดถึงสาเหตุที่แท้จริงได้ จึงต้องนำหม้อแปลงไฟฟ้าที่คาดว่าเป็นต้นเพลิงไปตรวจสอบอีกครั้ง

ด้านเจ้าของคลิปที่เป็นเบาะแส เห็นหม้อแปลงไฟฟ้ามีกลุ่มควันพวยพุ่ง ก่อนเกิดระเบิดจนเพลิงโหมลุกไหม้ เปิดใจกับทีมข่าว 7HD ถึงวินาทีเฉียดตาย วันเกิดเหตุพาภรรยา และลูก ๆ 3 คน ไปซื้ออุปกรณ์การเรียน เดินผ่านหม้อแปลงจุดเกิดเหตุ ข้ามไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวฝั่งตรงข้าม ลูก ๆ สังเกตุเห็นกลุ่มควันบนหม้อแปลงไฟฟ้า ตนเองจึงถ่ายคลิปส่งให้เพื่อนที่ทำงานการไฟฟ้านครหลวงตรวจสอบ เพียงเสี้ยววินาที หม้อแปลงไฟฟ้าระเบิดเสียงดังสนั่น เปลวเพลิงลุกไหม้จนร้อนวาบไปทั้งตัว 

นับเป็นวินาทีเฉียดตาย ที่พาครอบครัวรอดชีวิตมาได้แบบหวุดหวิด หากเดินซื้อของช้ากว่านั้น 5 นาที หรือหากไม่ตัดสินใจข้ามไปกินต๋วยเตี๋ยว อาจจะเสียชีวิตทั้งครอบครัว ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกคนยังช็อกและผวา จึงเตรียมทำบุญครั้งใหญ่ เพื่ออุทิศให้กับผู้เสียชีวิต

ด้านญาติของ 1 ในผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ ได้ติดต่อขอเอกสารเพื่อไปรับศพนำไปประกอบพิธีทางศาสนา เผยว่า ผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่กับพี่สาวที่ย่านภาษีเจริญ ที่ผ่านมามีการสอบถามสารทุกข์สุกดิบกันอย่างต่อเนื่อง วันเกิดเหตุเห็นข่าวเพลิงไหม้จึงพยายามติดต่อหา แต่ไม่รับสาย

ขณะที่ผู้เสียหาย 4 คน ที่เป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์ทั้ง 7 คูหา เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งยังไม่สามารถประเมินมูลค่าได้ แต่คาดว่ามูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

ขอบคุณภาพจาก : Facebook Oaky Ekarat Soyin