เช้านี้ที่หมอชิต

ผู้เสียหายคดีแพะฆ่าผู้อื่น ร้อง อสส.

เช้านี้ที่หมอชิต - ผู้ต้องหาซึ่งเป็นแพะคดีฆ่าคนตายในจังหวัดสมุทรสงคราม ร้องเรียนต่ออัยการสูงสุด ขอให้ไม่สั่งฟ้องในชั้นศาลฎีกาต่อ หลังตกเป็นจำเลยในคดี แต่ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ยกฟ้อง เนื่องจากมีการปั้นพยานหลักฐานปลอม ทั้งยังร้องขอให้ตำรวจที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบ

นายรณณรงค์ แก้วเพชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พานายฤทธิชัย แพะในคดีฆ่าคนตาย ที่จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งใส่อุปกรณ์ดำน้ำสีชมพูมาด้วย เข้ายื่นหนังสือถึงสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอให้พิจารณามีคำสั่งไม่ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกา

นายฤทธิชัย เปิดเผยว่า คดีนี้เกิดเมื่อปี 2558 มีเหตุยิงกันตายที่ตัวเมืองแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเวลานั้นอยู่ที่สถานบำบัดยาเสพติดที่มีแม่น้ำแม่กลอง ที่น้ำเชี่ยวล้อมรอบ ไม่ได้ออกไปไหน แต่ถูกตำรวจจับกุมตัว วันนี้จึงใส่อุปกรณ์ดำน้ำมาเพื่อตั้งคำถามกับอัยการและตำรวจที่ทำคดี ที่นำตัวเขาไปฝากขังจนครบ 12 ผัด 84 วัน ก่อนถูกปล่อยตัวออกมา เนื่องจากอัยการจังหวัดสั่งไม่ฟ้อง เพราะพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

ต่อมาตำรวจมีการโต้แย้ง และส่งเรื่องมายังสำนักงานอัยการสูงสุด อัยการจึงสั่งฟ้อง เมื่อมีการสู้คดีในศาล ทั้งศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ ก็มีคำสั่งยกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ เนื้อหาที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะพยานที่มาขึ้นศาลให้การว่า ถูกซ้อมและถูกบังคับให้ชี้ตัวว่าจำเลยเป็นผู้ก่อเหตุ

มองว่าหากยังมีการส่งฟ้องในชั้นฎีกาอีก ก็จะยังไม่เป็นผู้บริสุทธิ์ปราศจากคดีเต็มตัว และยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปขึ้นศาล และค่าทนายความอีกจำนวนมาก ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ ที่เป็นเงินจากกองทุนของกระทรวงยุติธรรม ในการช่วยประกันตัวหรือสู้คดี

ยืนยันว่าระหว่างเกิดเหตุ เขาอยู่ระหว่างเข้าค่ายบำบัดยาเสพติด 15 วัน ในวันที่จับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้ามาจับในค่าย ในชั้นคำให้การก็ได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะระยะเวลาที่ตำรวจระบุว่าเป็นวันเกิดเหตุก็ยังอยู่ในค่ายบำบัด ซึ่งการเข้า-ออกจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเวลา

ทั้งนี้ผู้ร้องมีความคาดหวัง 2 อย่าง คือ อยากให้อัยการสูงสุดไม่ต้องยื่นฎีกา จะได้จบเรื่องไป เพราะไม่มีหลักฐานเอาผิด อย่างที่สองสำนักงานอัยการในพื้นที่ สำนวนในคดีเพิ่มเติมประเด็นเรื่องการปั้นพยานหลักฐานปลอม เพื่อเอาผิดตำรวจที่ทำคดี เพื่อให้เกิดการรับผิดชอบในการทำคดีความที่ผิดพลาด รวมถึงยังเรียกร้องให้ตำรวจที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับสถานีตำรวจภูธร กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสงคราม และระดับกองบัญชาการออกมารับผิดชอบ