สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : บทเรียนเพลิงไหม้สำเพ็ง หวั่นซ้ำรอย

สนามข่าว 7 สี - เหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ย่านสำเพ็งที่เกิดขึ้นไปไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า อุปกรณ์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้น อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือไม่ เพราะยังมีหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ติดตั้งอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในชุมนุมชน จะมีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด ไปติดตามรายงานนี้กับคุณอภิเอก บัลลังก์โพธิ์

จากเหตุการณ์เพลิงไหม้อาคารพาณิชย์ย่านสำเพ็ง เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฎคลิปภาพเหตุการณ์มีควันพวยพุ่งออกจากหม้อแปลงไฟฟ้า ก่อนจะเกิดเพลิงไหม้จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ สร้างความเสียหายอย่างหนัก มีผู้ได้รับผลกระทบหลายราย ซึ่งยังรอการช่วยเหลือเยียวยาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ประชาชนเกิดความสงสัยว่า สาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้เกิดจากหม้อแปลงไฟฟ้าที่ชำรุด หรืออยู่ในสภาพใช้งานไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ เนื่องจากหม้อแปลงดังกล่าวเกิดการขัดข้องบ่อยครั้ง ต้องเรียกเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบซ่อมแซมอยู่เป็นประจำ

ผ่านไปได้เพียง 2 วัน ก็มีเหตุเกิดขึ้นอีก คือเกิดประกายไฟที่สายไฟใกล้หม้อแปลงไฟฟ้าอีกอันที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ก่อนหน้านี้ ยิ่งทำให้ลดทอนความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัย

ต่อมา ตัวแทนการไฟฟ้านครหลวงได้ออกมาชี้แจงว่า ตั้งแต่ก่อตั้งการไฟฟ้านครหลวงมาเป็นเวลา 60 ปี ยังไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงแบบนี้เลย จึงรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังมีความมั่นใจกับอุปกรณ์ โดยเฉพาะหม้อแปลงไฟฟ้าที่เป็นแบบโลว์ลอส ซึ่งมีระบบป้องกันการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรที่มีมาตรฐานสากล และมีราคาแพง จึงยังไม่เชื่อ 100 เปอร์เซ็นต์ว่า สาเหตุเพลิงไหม้จะมาจากหม้อแปลง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ หากผลการตรวจสอบออกมาว่าสาเหตุมาจากหม้อแปลง ก็ยินดีรับผิดชอบแก่ผู้เสียหายทั้งหมด ซึ่งเบื้องต้นได้มอบเงินเยียวยาให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต 2 ราย และผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบอีก 3 รายแล้ว ส่วนรายที่มีความเสียหายมูลค่ามากต้องรอก่อน เพราะต้องปฎิบัติตามหลักเกณฑ์เพื่อรับผิดชอบค่าเสียหาย

นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าการไฟฟ้านครหลวงจะปรับปรุงแก้ปัญหาร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก โดยจะมีมาตรการทบทวนแผนการบำรุงดูแลรักษาอุปกรณ์ เพิ่มความถี่ในการตรวจสอบ นำนวัตกรรมการแจ้งเตือนเหตุสำหรับหม้อแปลงไฟฟ้ามาใช้เพิ่มเติมจากระบบเดิมที่มีอยู่ พร้อมเร่งตรวจสอบดูแลระบบไฟฟ้ารวมถึงจุดเสี่ยงต่าง ๆ และจัดระเบียบสายสื่อสารร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชน

ส่วนการเกิดประกายไฟที่สายไฟใกล้หม้อแปลงไฟฟ้าอีกอัน ที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุเพลิงไหม้นั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรายวัน สาเหตุมาจากมีการเชื่อมต่อไฟฟ้าจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งที่ไม่ได้มาตรฐาน การใช้ไฟฟ้าเกินปริมาณจึงเกิดการลัดวงจรขึ้น ซึ่งที่ผ่านมามีการลักลอบเชื่อมต่อไฟฟ้าใช้เองอยู่เป็นจำนวนมาก ที่เล็ดลอดสายตาจากเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียครั้งนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ อีกไม่นานคงได้รู้กัน แต่ที่สำคัญคือจะทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก