รอบรั้วรอบโลก

สหรัฐฯ แนะผลิตวัคซีนต่อยอดต้านเชื้อ BA.4 / BA.5

องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือเอฟดีเอ แนะนำให้บรรดาบริษัทผู้ผลิตวัคซีน พัฒนาต่อยอดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 เข็มกระตุ้น ให้สามารถรับมือกับเชื้อสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 โดยเฉพาะ เนื่องจากสายพันธุ์ย่อยทั้ง 2 ชนิดกำลังแพร่ระบาดอย่างรุนแรง และมีจำนวนผู้ป่วยจากสายพันธุ์ย่อยทั้ง 2 ชนิดเกินกว่าครึ่งหนึ่งของบรรดาผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งหมดในสหรัฐฯ ซึ่ง เอฟดีเอ ต้องการให้บริษัทผู้ผลิตวัคซีน คิดค้นวัคซีนต้านโรคโควิด-19 เข็มกระตุ้น เพื่อต่อต้านสายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 ให้ทันภายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ระหว่างเดือนกันยายน-ธันวาคมนี้ ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวต่อไป 

ก่อนหน้านี้ บริษัท ไฟเซอร์ และ โมเดอร์นา ได้ทำการทดลองวัคซีนสูตรที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถต่อต้านเชื้อโอมิครอน สายพันธุ์ย่อย BA.4 และ BA.5 จากเดิมที่ต่อต้านเชื้อสายพันธุ์ย่อย BA.1 และได้ผลการทดลองเป็นที่น่าพอใจ โดยคาดว่า ทั้งไฟเซอร์ และโมเดอร์นา จะเริ่มการผลิตวัคซีนรุ่นใหม่ ในเดือนกรกฎาคม และจะเริ่มฉีดวัคซีนที่พัฒนาใหม่ดังกล่าวได้ในช่วงต้นเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้

นายฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังจับตาดูสถานการณ์โรคโควิด-19 อย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงมากที่ญี่ปุ่น จะเผชิญการแพร่ระบาดระลอกที่ 7 ในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งทำให้รัฐบาลญี่ปุ่น ยังไม่โปรโมตการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบในเวลานี้

ด้านนายเซจิ คิฮาระ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น บอกว่า รัฐบาลได้เตรียมมาตรการที่เด็ดขาดไว้แล้ว เพื่อเตรียมรับมือการแพร่ระบาดที่อาจจะเกิดขึ้น

โดย ญี่ปุ่น พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นกว่า 23,000 คน และมีผู้เสียชีวิตอีก 21 คนในวันนี้ ขณะที่กรุงโตเกียว พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นกว่า 3,500 คน และมีผู้เสียชีวิตอีก 2 คน โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทางการกรุงโตเกียว ได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยโรคโควิด-19 ขึ้นเป็นระดับที่ 2 จากทั้งหมด 4 ระดับ เนื่องจากกรุงโตเกียว พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว