สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : ระทึก คนขับรถกระบะคลั่ง ไล่ชนรถยนต์กลางถนนพังยับ จ.ปทุมธานี

สนามข่าว 7 สี - เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา เกิดเหตุระทึก รถกระบะคันหนึ่งไล่ชนรถของชาวบ้านที่ขับอยู่บนถนน เส้นราชพฤกษ์ จังหวัดนนทบุรี ทำให้ผู้ขับขี่รถบนท้องถนนต่างตื่นตกใจกันแบบจ้าละหวั่น ขณะนั้นมีคนโทรศัพท์แจ้งตำรวจ จนสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ พอนำตัวไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ พบว่าสูงมากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ลงสนามข่าวนี้กับคุณชลิตา สร้อยเสพ

นี่เป็นคลิปวิดีโอที่พลเมืองดีถ่ายไว้ได้ ขณะที่รถกระบะคันสีดำ กำลังขับไล่ตามรถเก๋งคันสีดำที่พยายามขับหนี บางจังหวะดูเหมือนรถเก๋งจะพยายามชะลอความเร็ว เพื่อให้รถกระบะแซง สุดท้ายรถกระบะพุ่งชนท้ายจนรถเสียหลัก ก่อนจะขับตามอย่างกระชั้นชิด จนถึงทางเบี่ยง รถเก๋งจึงเร่งเครื่องหนี ส่วนรถกระบะได้เลี้ยวซ้ายเพื่อที่จะกลับรถใต้สะพาน ก่อนจะขับไปพุ่งชนท้ายรถเก๋งสีบรอนซ์อีกคัน ขณะนั้นคนขับรถเก๋งสีบรอนซ์เห็นว่ารถกระบะพยายามจะหลบหนี จึงเบรกรถไว้ไม่ยอมให้รถกระบะขับแซงไปได้ ก่อนจะโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบ

เมื่อตำรวจไปถึงพบรถกระบะสีดำอยู่ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน จอดอัดท้ายรถเก๋งสีบรอนซ์ที่ท้ายรถพังยับเยินเช่นกัน จากการสอบถามผู้เสียหายทั้ง 2 คน ทราบว่าขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ ก็ถูกรถกระบะคันดังกล่าวขับไล่ชนโดยไม่มีสาเหตุ ก่อนจะว่าคนขับรถกระบะอยู่ในอาการคล้ายกับคนเมา พูดจาไม่รู้เรื่อง

ตำรวจจึงคุมตัวชายคนดังกล่าวไปที่ สภ.ชัยพฤกษ์ เพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พบว่าสูงถึง 202 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ส่วนการสอบปากคำต้องรอให้ชายดังกล่าวสร่างเมา เนื่องจากยังคงไม่มีสติ

เมื่อชายคนดังกล่าวได้สติ ตำรวจจึงนำตัวมาสอบสวน พร้อมกับเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้ไปดื่มสุรากับเพื่อนย่านบางบัวทอง จากนั้นจึงได้ขับรถกระบะกำลังจะกลับบ้านที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่รู้ตัวว่าทำอะไรลงไป และจำเหตุการณ์ไม่ได้ มารู้ตัวอีกที หลังจอดรถและกำลังพูดคุยกับคู่กรณี ก่อนที่ภาพจะตัดไป พร้อมยอมรับเมาสุราอย่างหนัก และอยากจะขอโทษคู่กรณีที่ทำให้เดือดร้อน

ทีมสนามข่าว7 สี ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมกับ นายไชยภัทร พรหมแสน หนึ่งในผู้เสียหาย ซึ่งเขาเล่าว่า ตนเองขับรถมาตามถนนสายราชพฤกษ์ เพื่อจะกลับบ้าน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุได้เห็นรถกระบะคันหนึ่งขับตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด โดยไม่เปิดไฟหน้ารถ จากนั้นคนขับรถกระบะก็ขับรถจี้ท้ายรถ ซึ่งในตอนนั้นก็พยายามเร่งเครื่องเพื่อที่จะเบี่ยงหลบ แต่ถูกรถกระบะพุ่งชนท้ายอย่างแรงและพยายามชนอีกหลายครั้ง จากนั้นก็มีรถของพลเมืองดีขับตามมา และช่วยไม่ให้รถกระบะหลบหนี ก่อนที่ตำรวจจะมาถึง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีรถได้รับความเสียหายถึง 3 คัน

เบื้องต้นตำรวจแจ้ง 3 ข้อหาหนัก คือ ขับรถประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย ขับรถโดยประมาทหวาดเสียว และขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนผู้อื่น พร้อมอายัดรถกระบะของผู้ก่อเหตุไว้เป็นของกลาง ก่อนนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย