ข่าวออนไลน์7HD

พ่อแม่ลูก 4 ชีวิตสุดรันทด ถูกแก๊งเงินกู้ดอกโหดร้อยละ 60 ต่อเดือน ตามล่า หนีจากที่พักจอดรถสองแถวนอนข้างถนน เครียดคิดอยากโดดน้ำฆ่าตัวตายยกครัว

พ่อแม่ลูก 4 ชีวิตสุดรันทด ถูกแก๊งเงินกู้ดอกโหดร้อยละ 60 ต่อเดือน ตามล่า หนีจากที่พักจอดรถสองแถวนอนข้างถนน เครียดคิดอยากโดดน้ำฆ่าตัวตายยกครัว
วันนี้ (4 ก.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 3 ก.ค. 65 ที่ผ่านมา นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พร้อมทีมงาน เดินทางไปยังริมถนนพระยาสุเรนทร์ ซอย 1 แขวงและเขตคันนายาว กทม. หลังได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจาก นางบุญตรี ชาวกล้า อายุ 45 ปี ชาว จ.อุดรธานี ว่าขอให้ช่วยรับลูกชายและลูกสาวไปช่วยเลี้ยงดู เนื่องจากตนเองและสามีตั้งใจจะไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตายในวันรุ่งขึ้น

หลังทราบเรื่องนายเอกภพพร้อมทีมงาน จึงรีบเดินทางไปยังจุดที่ได้รับแจ้งทันที เมื่อมาถึงได้พบกับ นางบุญตรี นอนกอดลูกสาวร้องไห้อยู่ภายในมุ้งเล็กๆท้ายรถสองแถว โดยมีสามี และ ลูกชาย นอนอยู่บนเบาะท้ายรถสองแถว

นางบุญตรี บอกว่า ตนเป็นชาว จ.อุดรธานี เข้ามาทำงานที่กรุงเทพฯ เป็นช่างเย็บผ้า ส่วนสามีมาเช่ารถสองแถววิ่งรับส่งผู้โดยสารย่านมีนบุรี โดยก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 ตนและสามีไม่เคยมีหนี้สินแต่อย่างใด ทำงานส่งลูกทั้ง 2 คนเรียนหนังสือได้อย่างปกติ ต่อมาเกิดวิกฤตโควิด-19 ออเดอร์เย็บผ้าถูกยกเลิก จากที่เคยมีรายได้เดือนละ 20,000 บาท เหลือรายได้เพียง 3,000 - 5,000 บาทต่อเดือน ทำให้รายได้ไม่พอกับรายจ่าย จึงต้องนำเงินเก็บออกมาใช้จ่ายในครอบครัวจนหมด  

เมื่อเงินหมดจึงเริ่มเข้าสู่วงจรการขอกู้เงินรายวัน โดยครั้งแรกขอกู้มา 10,000 บาท เพื่อมาจ่ายค่าบ้านเช่า ซึ่งต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 60 ต่อเดือน เท่ากับว่าต้องจ่ายดอกเบี้ยวันละ 200 บาททุกวัน จนกว่าจะมีเงินต้นมาคืน กระทั่งบางวันสามีป่วยไม่ได้วิ่งรถต้องค้างค่าดอก ทำให้เซลส์ไม่พอใจข่มขู่จะทำร้าย จึงต้องตัดสินใจไปขอกู้เงินจากเซลส์เจ้าอื่น เพื่อนำเงินมาจ่ายค่าดอกที่ค้างไว้กับเจ้าแรก วนไปอยู่แบบนี้จนเป็นงูกินหาง ไม่มีวันจบสิ้น ล่าสุดเป็นหนี้เซลส์ 7 คน คนละ 10,000 บาท รวม 70,000 บาท โดยหนี้ทั้งหมดตนไม่เคยนำมาใช้อย่างอื่นเลย นอกจากนำมาจ่ายเป็นค่าดอกเงินกู้นอกระบบ

ปัจจุบันตนเป็นหนี้ 70,000 บาท ต้องหาเงินมาจ่ายค่าดอกวันละ 2,000 บาท ตนและสามีกัดฟันอดทนหาเงินมาจ่ายค่าดอกอยู่แบบนี้มานานกว่าครึ่งปี จนดอกทบต้นไปแล้วหลายเท่า แต่ก็ไม่มีวี่แววที่จะมีเงินต้นมาคืนได้ จนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาตนล้มป่วยไม่ได้ทำงาน ทำให้ไม่มีเงินมาจ่ายค่าดอก จึงถูกเซลส์ข่มขู่จะทำร้ายร่างกายตนและครอบครัว โดยก่อนหน้านี้มีเพื่อนบ้านเคยถูกเซลส์ปล่อยเงินกู้กลุ่มนี้รุมทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บปางตายมาแล้ว แจ้งตำรวจไปก็ไม่มีใครช่วยอะไรได้ ตนจึงตัดสินใจพาลูกทั้ง 2 คน หนีออกมานอนนอกบ้านพร้อมกับสามี โดยอยู่แบบนี้มากว่า 1 สัปดาห์แล้ว และลูก 2 คนไม่ได้ไปโรงเรียน ตนสงสารลูกมาก ลูกถามทุกวันว่าหนูจะได้ไปโรงเรียนอีกไหม ตนนอนกอดลูกร้องไห้ทุกวัน จึงตั้งใจว่าจะจบชีวิตพร้อมกัน 4 คน พ่อ แม่ ลูก แต่พอหันไปมองลูกแล้วเกิดความสงสาร จึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือมายังเพจสายไหมต้องรอด เพื่อให้ช่วยมารับลูกไปดูแล

ด้านนายเอกภพ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งก็ตกใจ กลัวนางบุญตรีจะคิดสั้น จึงรีบเดินทางมาหา เมื่อมาถึงตนได้พูดคุยให้กำลังใจ และรับปากว่าจะช่วยแก้ปัญหา โดยจะประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี ในเรียกเจ้าหนี้แต่ละรายมาเจรจา จะต้องมาดูว่าเจ้าหนี้แต่ละคนได้ดอกเบี้ยไปแล้วคนละกี่บาท ทราบว่าบางรายกู้มา 10,000 บาท แต่ 5 เดือนที่ผ่านมา เก็บดอกเบี้ยได้ไปแล้วกว่า 30,000 บาท แบบนี้ต้องมาคุยกันว่า เงินต้นควรจะเหลือเท่าไหร่ ตนยืนยันว่าเราไม่ต้องการให้ใครโกงใคร เป็นหนี้ก็ต้องใช้หนี้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของมนุษย์ธรรมด้วย ไม่ใช่เห็นว่าเป็นคนยากจนไม่มีทางไป ไม่สามารถเข้าไม่ถึงสถาบันการเงินได้ จึงคิดดอกเบี้ยร้อยละ 60 ต่อเดือน แบบนี้หนักเกินไป เป็นการทำนาบนหลังคน