ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : กังขาอาคารรัฐสภา ถลุงงบฯ หมื่นล้าน กับปัญหาซ้ำซาก

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ ตามติดมหากาพย์ ข้อกังขาอาคารรัฐสภาซึ่งใช้งบประมาณก่อสร้างเป็นหมื่นล้าน แต่กลับพบเจอสารพัดปัญหา โดยเฉพาะเวลาที่ฝนตกหนัก ทำให้ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต้องนัดหารือปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อแก้ไข ท่ามกลางข้อกังขาโครงการที่ส่อแสดงไปในทำนองทุจริตคอร์รัปชั่น คุณสุธาทิพย์ ผาสุข มีรายละเอียดเรื่องนี้

นี่เป็นภาพความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ หลังพายุโซนร้อนชบาพัดแรงลมและพายุฝนกระหน่ำลงมา เป็นเหตุให้บูธแสดงงาน 90 ปี รัฐสภา การเดินทางและความหวัง ล้มพังระเนระนาด น้ำไหลเจิ่งนองไปทั่วพื้นอาคารชั้น 1

อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ "สัปปายะสภาสถาน" ที่ได้รับการขนานนาม ว่าเป็นอาคารรัฐสภาที่ใหญ่ที่สุดในโลก กลับกันอีกมุมหนึ่ง ก็ได้รับการขนานนามว่าเป็นโครงการที่เละเทะที่สุด ซ่อมไป สร้างไป ปิดจบงานไม่ได้ จนมาพร้อมกับคำถาม สภาหมื่นล้าน แต่ทำไมเวลาที่ฝนตก จะต้องมีปัญหาให้เห็นทุกครั้งไป เช่นล่าสุด เป็นภาพของฝ้าเพดาน ที่ล่วงหล่นลงมา

คอลัมน์หมายเลข 7 ค้นหาเหตุการณ์ น้ำรั่ว อาคารรัฐสภา ในช่วง 3 ปีย้อนหลัง พบมีข่าวเผยแพร่ข่าวออกมา ไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง ย้อนด้วยเหตุการณ์ความวุ่นวาย เดือนกันยายน ปี 2563 ท่อระบายน้ำภายในห้องเซิร์ฟเวอร์ระบบกล้องวงจรปิด ตึกวุฒิสภา ชั้น 1 เกิดรูรั่วขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ ทำให้น้ำทะลักไหลออกมาท่วมเจิ่งนองบริเวณโถงชั้น 1 ตั้งแต่ 03.00 น. จนถึงช่วงเช้า

ต่อมาในเดือนเดียวกัน วันที่ 18 อาคารฝั่งวุฒิสภา ก็เกิดเหตุน้ำรั่วจากฝ้าเพดาน ไหลลงมายังโถงอาคารรัฐสภาชั้น 1 ต้องวิ่งวุ่นกันจ้าละหวั่น เช่นเดียวกับที่ชั้น 3 ฝั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใกล้ห้องทำงานของประธานสภา ในปี 2564 ก็มีภาพปัญหาให้เห็นเช่นกันหลายครั้ง แม้แต่ภาพของการเอาถังมารองน้ำฝน ที่รั่วลงมาภายในห้องประชุมใหญ่ของสภา

ส่วนนี่เป็นผลจากข้องอ 90 องศา ของท่อระบบรดน้ำต้นไม้ที่แตก ทำให้เกิดน้ำรั่วที่บริเวณเหนือฝ้าเพดานชั้น 8 ไหลท่วมลงมาที่พื้น และห้องทำงานบางส่วน และไหลต่อเนื่องไปยังลานจอดรถชั้นใต้ดิน B1

ต่อมาวันที่ 25 เมษายน 2565 ก็เกิดน้ำไหลตกลงมาชั้น B1 ซึ่งเป็นลานจอดรถ เป็นผลจากเหตุการณ์ลูกลอยในถังน้ำขนาดใหญ่ที่ชั้น B1M ไม่ทำงาน จึงทำให้น้ำจำนวนมากล้นแท็งก์ออกมา และล่าสุด วันที่ 1 มิถุนายน 2565 ที่ฝนตก ทำเอาบูธแสดงงาน 90 ปี รัฐสภา ล้มพังระเนระนาด จนทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ต้องนัดหารือปัญหาที่เกิดขึ้นตอกย้ำภาพการก่อสร้างอาคารรัฐสภายังมีจุดอ่อนและข้อบกพร่อง ที่ประธานรัฐสภา เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้

สารพัดปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันตอกเสาเข็ม 8 มิถุนายน 2556 สู่ปัญหา วัสดุไม่ตรงปก การก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบ ทำให้ต้องขยายเวลา ในขณะที่รัฐ แบกค่าใช้จ่ายโครงการรวมเป็นเงินกว่า 20,000 ล้านบาท ณ วันนี้ นอกจากจะยังไม่ได้รับการคลี่คลายแล้ว ยังมีคำถามเกี่ยวกับค่าปรับการส่งมอบงานล่าช้าของบริษัท ซิโน-ไทย และการเซ็นตรวจรับงานงวดสุดท้าย

มหากาพย์ ปัญหาซ้อนเร้นในการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ โดยภาษีประชาชน จะจบลงเพียงเท่านี้หรือไม่ ยังคงต้องติดตามต่อไป เช่นเดียวกับโครงการจัดซื้อต่าง ๆ ของรัฐสภาที่มีราคาแพง จนมีข้อครหาเรื่องเงินทอน กระเด็นไปเข้ากระเป๋าใครหรือไม่