ข่าวดึก 7HD

ชัชชาติ แนะเปิดข้อมูลสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ให้ประชาชนรับรู้

ข่าวดึก 7HD - สำหรับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ที่มีการพูดคุยกันไปแล้วระหว่าง กทม.กับบริษัท กรุงเทพธนาคม ถึงสัญญาสัมปทานที่จะกลับมาเป็นค่าใช้จ่ายของผู้ใช้รถไฟฟ้าสายสีเขียว และวันนี้เป็นการเจอกันเป็นครั้งที่ 2 ของนายกรัฐมนตรีกับผู้ว่าฯ กทม. ในการประชุมเชื่อมต่อ 2 สวนธารณะกลางเมือง เพื่อให้เป็นแหล่งกิจกรรมให้ประชาชนได้ใช้ทั้งสวนเบญจกิติและสวนลุมพินี ที่คาดว่าจะเสร็จได้ทันสิงหาคมนี้

สำหรับการเรียกร้องให้มีการเปิดรายละเอียดร่างสัญญาสัมปทานเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เดิมจะหมดในปี 2572 แต่ในสัญญาสัมปทานจ้างเดินรถเกินไปถึงปี 2585 นั้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ระบุว่า เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญมาก เพราะประเด็นนี้จะต้องดูว่าไปตามกฎหมายหรือไม่ อย่างไร เพราะรายละเอียดในสัญญาสัมปทานดังกล่าวนี้ มีผลต่อการนำมากำหนดราคาค่าโดยสาร สำหรับการเรียกร้องให้มีการเปิดเผยรายละเอียดของสัญญาดังกล่าวนี้ ผู้ว่าฯ กทม.เห็นว่า สามารถทำได้ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร แต่ก็จะหารือกับ กรุงเทพธนาคมฯ อีกครั้งก่อนว่าเปิดเผยได้หรือไม่ ส่วนเอกชนคู่สัญญาว่าจะยินยอมหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของกรุงเทพธนาคมฯ จะไปพูดคุยกับเอกชนเอง

รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาสวนสาธารณะ 2 แห่ง ให้คน กทม.
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการเชื่อมสวนสาธารณะเบญจกิติ กับสวนลุมพินี พร้อมชื่นชมผู้ว่าฯ กทม. ที่มาร่วมประชุม และเสนอแนวคิดต่าง ๆ ที่จะร่วมมือกันปรับปรุงให้แผนงานสำเร็จได้ด้วยดี โดยคาดหวังว่าให้เสร็จทัน วันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยสวนทั้ง 2 แห่งนี้จะทำให้คน กทม.ได้ใช้ทำกิจกรรมที่เคยทำอยู่อย่างเต็มที่ พร้อมสอบถามประชาชนว่าต้องการสิ่งใดเพิ่มเติมหากทำได้ก็ทำ  ซึ่งวันนี้ได้มีสวนขนาดใหญ่ เป็นที่น่าภาคภูมิใจ

ส่วนวิกฤตพลังงานและอาหาร ที่นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ สมช.ไปวางแผนมา 2 อาทิตย์แล้ว ได้ข้อสรุปเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าจะแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้น และยาว ขณะที่รัฐมนตรีพลังงาน เสนอให้ถอดสูทและเพิ่มอุณหภูมิในห้องประชุม เพื่อลดค่าใช้จ่ายดัานพลังงาน

ตั้งคณะกรรมการ 2 คณะ แก้วิกฤตพลังงาน
นายกรัฐมนตรี แถลงหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. รับทราบแผนรับวิกฤตพลังงาน ที่มีปัจจัยมาจาการสู้รบระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยส่งผลให้เกิดปัญหาราคาค่าพลังงานปรับตัวสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อราคาสินค้า  โดยระบุ มีการเตรียมแผนรับมือแบ่งออกเป็น ระยะเร่งด่วน 3 เดือน แผนระยะกลาง  6 เดือน และแผนระยะ 1 ปี  โดยรัฐบาลยังคงเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง ตามมาตรการเดิมในระยะ 3 เดือน พร้อมจะประเมินสถานการณ์และความช่วยเหลือทุก 3 เดือน ควบคู่ไปกับเร่งหาพลังงานเพิ่มทั้งใน และรอบประเทศมากขึ้น 

ที่ประชุมยังตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 คณะ โดยเป็นคณะกรรมการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน มีนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธาน และอีก 1 คณะจะดูเรื่องผลกระทบในอนาคต ซึ่งจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้  แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือ อยากขอให้ร่วมกันประหยัดการใช้พลังงาน เพราะรัฐบาลใช้งบประมาณอุดหนุนด้านพลังงานแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ก็อาจส่งผลให้เกิดความลำบากในอนาคต

ขณะที่ นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตอบกระทู้ต่อที่ประชุม สว. ถึงแนวทางการแก้ปัญหาพลังงานและสถานการณ์พลังงานในประเทศ โดยขอความร่วมมือจาก สว.ปรับอุณหภูมิในห้องประชุม ไม่ต้องใส่สูทผูกไทด์ เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่า หน่วยงานรัฐปฏิบัติจริงจังมากขึ้น กระทรวงพลังงานพร้อมสนับสนุน เพื่อช่วยรัฐสภาทำเรื่องนี้ จะให้ข้อมูลและส่งเจ้าหน้าที่ติดตั้งอุปกรณ์วัดหรือแสดงตัวเลขต่างๆ ให้เห็นเชิงประจักษ์ว่าการลดใช้พลังงานได้ผล

ขณะเดียวกัน วันนี้อัตราค่าโดยสารรถทัวร์ ได้ปรับขึ้นอีก 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร ตามสถานีขนส่งทางภาคอีสาน ก็ยังคงมีผู้ไปใช้บริการตามปกติ ส่วนใหญ่ยังรับได้ เพราะยังมีราคาถูกกว่าใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง

ปรับขึ้นค่าโดยสาร ยังไม่กระทบผู้ใช้บริการ จ.นครราชสีมา
ทีมข่าวลงพื้นที่สถานีขนส่งนครราชสีมาแห่งที่ 2 มีรถทัวร์โดยสารของ 4 ผู้ประกอบการรายใหญ่ มาจอดรอให้บริการผู้โดยสารที่ชานชาลาตั้งแต่เช้าตรู่ และจัดคิวรถให้บริการตลอดทั้งวัน บางบริษัทฯ ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง แต่เว้นระยะห่างจากเดิม 1 ชั่วโมงต่อเที่ยว ขยายเป็น 2 ชั่วโมงต่อเที่ยว และมีผู้โดยสารทยอยมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่คึกคักเท่าใดนัก ทั้งนี้ เป็นผลพวงจากราคาน้ำมันแพง ทำให้ผู้ประกอบการรถทัวร์โดยสารสายนครราชสีมา-กรุงเทพฯ ปรับลดเที่ยววิ่งลง 50-80% สำหรับอัตราค่าตั๋วโดยสารปรับเพิ่มอีก 5 สตางค์ต่อกิโลเมตร ทำให้อัตราค่าโดยสาร จากเดิม 209 บาท เป็น 232 บาท ซึ่งผู้โดยสารหลายคนที่ใช้บริการ ยอมรับได้ เพราะเข้าใจสถานการณ์น้ำมันแพง และยังประหยัดกว่าใช้รถยนต์ส่วนตัว

เช่นเดียวกับที่สถานีขนส่ง จังหวัดอุดรธานี แห่งที่ 1 ซึ่งรถทัวร์โดยสาร เป็นรถร่วม บขส. มีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร อุดรธานี-กรุงเทพ เดิมอยู่ที่ประมาณ 400-500 บาท แต่ตอนนี้บางบริษัทก็ได้ปรับเพิ่มอีก 58-78 บาท แต่บางบริษัทยังคงราคาเดิม รอคำสั่งของบริษัทส่งมาให้ก่อน จึงจะปรับขึ้นราคาได้  ซึ่งพนักงานขายตั๋วรถโดยสาร บอกว่า ได้ปรับขึ้นราคา เมื่อตอนตี 5 ของวันนี้ และยังไม่มีเสียงบ่นของผู้โดยสารแต่อย่างใด

เรือเฟอร์รีปรับขึ้นราคา ยังใช้บริการตามปกติ จ.สุราษฎร์ธานี
จากรถทัวร์โดยสาร ไปดูค่าโดยสาร เรือเฟอร์รี่ เกาะสมุย เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี กันบ้าง ตอนนี้ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้นแล้วเช่นกัน ตามราคาน้ำมันที่ขยับตัวสูงขึ้น โดยคิดอัตราค่าโดยสารใหม่ ตามราคาน้ำมันดีเซล แยกเป็นผู้โดยสารคนละ 190 บาท, เด็ก 95 บาท, รถจักรยานยนต์ 250 บาท, รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ 360 บาท และรถยนต์ 4 ล้อ คันละ 610 บาท ซึ่งแม้จะมีการปรับอัตราค่าโดยสารใหม่ ก็ยังคงมีคนไทย และชาวต่างชาติ มาใช้บริการโดยสารข้ามฟากกันตามปกติ เนื่องจากไม่มีทางเลือกเดินทางในเส้นทางอื่นๆ

ลุ้น รัฐสภาลงมติร่างกฎหมายลูก วาระ 2 และ 3
พรุ่งนี้จะมีการประชุมรัฐสภา ซึ่งเป็นการพิจารณากฎหมายลูก 2 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง

การประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายลูก 2 ฉบับวาระ 2 และ 3 ที่จะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ จะมีประเด็นที่ถกเถียงกันเยอะ คือ กรณีสูตรคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า แนวทางการลงมติ เป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยวิปรัฐบาล ไม่ได้มีความเห็นอะไร และไม่ได้ติดใจ ว่าจะโหวตเลือกสูตรหาร 100 หรือ หาร 500

ขณะที่ฝ่ายค้าน เชื่อว่า รัฐธรรมนูญเอื้อให้มีการหาร 100 มากกว่าหาร 500 และเป็นห่วงว่าหากมีการหาร 500 อาจจะทำให้เป็นเงื่อนไขให้เกิดการยื่นตีความในภายหลังได้ ดังนั้นในการอภิปรายสัปดาห์นี้ จึงควรถกเถียงประเด็นนี้ ให้จบสิ้นกระบวนความ โดยไม่ควรคิดถึงเรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบของพรรคการเมืองเป็นหลัก แต่ควรนึกถึงเหตุผลของการออกแบบระบบเลือกตั้ง เพื่ออนาคต

หลายพรรคเตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า
มาถึงเรื่องการเตรียมความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้ากันบ้าง พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าโรดโชว์ในทุกพื้นที่ ไม่หวั่นกระแสชัชชาติฟีเวอร์ โดยนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่า หัวหน้าพรรค และสมาชิกพรรค พร้อมลงพื้นที่ทุกจังหวัด โดยวันที่ 10 กรกฎาคมนี้ จะมีการจัดโรดโชว์ที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งเชื่อว่า กระแสพรรคยังดีมากในทุกพื้นที่

ด้านพรรคเพื่อไทย เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. มั่นใจในเป้าหมาย ที่จะชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ ด้วยการชูนโยบายของพรรค ที่จะสร้างโอกาส สร้างอนาคตและความหวังให้ประชาชนได้ ซึ่งจากนี้ว่าที่ผู้สมัครทุกคน จะเข้าสู่กระบวนการสรรหาตามขั้นตอนของกฎหมาย โดย สส.ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัดจะมีทั้งหมด 36 คน  และวันนี้เปิดตัว 30 คน ส่วนอีก 6 คน ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณา

อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ร้อง เบรกตรวจรับงานสร้างสภาฯ ใหม่
ส่วนปัญหาการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ที่แม้ว่าจะเข้าใช้พื้นที่แล้ว แต่ก็ยังพบปัญหาต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้ำรั่ว น้ำซึม ฝนสาด ที่เป็นปัญหาซ้ำซาก โดย อดีต สส. ไปร้องเรียน ขอให้ระงับ การรับมอบงาน

ล่าสุด นายวัชระ เพชรทอง และนายวิลาศ จัทรพิทักษ์ อดีต สส. พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาคัดค้านการลงนามตรวจรับงาน ทั้ง 100 % ของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพราะจากการตรวจสอบ พบว่า ยังมีหลายส่วนที่ยังไม่เรียบร้อย และไม่เป็นไปตามสัญญาว่าจ้างผู้รับเหมา เช่น ไม้ที่ใช้ในงานสถาปัตยกรรม ในสัญญาเป็นไม้ตะเคียนทอง แต่ของจริงเป็นไม้พะยูง ขณะเดียวกันยังมีต้นไม้อีกหลายร้อยต้น ที่ตายแล้วยังไม่ได้ปลูกทดแทน หากมีการตรวจรับ ส่งมอบงาน 100% จะผิดวินัยอย่างร้ายแรง มีโทษไล่ออก และมีความผิดทางอาญา ส่วนผู้บังคับบัญชา หากไม่ระงับ ยับยั้ง ก็จะมีความผิดด้วยเช่นกัน และในวันพรุ่งนี้ จะไปยื่นให้ ป.ป.ช. สอบสวน ผู้ที่ลงนาม ในเอกสารตรวจรับ เพราะถือว่า มีความผิดต่อหน้าที่

ข่าวอื่นในหมวด