สนามข่าว 7 สี

รายงานพิเศษ : พิษเงินกู้ดอกเบี้ยโหด หนีหนี้จนอยากจบชีวิตยกครอบครัว

สนามข่าว 7 สี - ครอบครัวหนึ่งเป็นหนี้เงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด ร้อยละ 60 ถูกแก๊งทวงหนี้ตามข่มขู่ ทั้งครอบครัวต้องหนี เพราะไม่มีเงินจ่าย อาศัยหลับนอนตามวัดบ้าง ปั๊มน้ำมันบ้าง สุดท้ายหมดหนทางจะเดินหน้าต่อ ตัดสินใจจะจบชีวิตพร้อมกันทั้งครอบครัว ชวนกันไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย ลงสนามข่าวนี้กับคุณกัณฐ์ทัพ เลิศฤทธิเศรษฐ์

ริมถนนพระยาสุเรนทร์ เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร กลายเป็นสถานที่ที่ครอบครัวนี้จอดรถนอน แล้วใช้พื้นที่ท้ายรถสองแถวกางมุ้ง นอดกอดลูกสาวร้องไห้ ส่วนสามีและลูกชายนอนอยู่บนเบาะท้ายรถสองแถว ซึ่งอาศัยหลับนอนมานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว หลังไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ยเจ้าหนี้นอกระบบ และถูกข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย

ภรรยาทำงานเป็นช่างเย็บผ้า ส่วนสามีเช่ารถ 2 แถว วิ่งรับส่งผู้โดยสารย่านมีนบุรี ช่วงแรกทำงานส่งลูกทั้ง 2 คน เรียนหนังสืออย่างปกติ ไม่มีหนี้สิน แต่เมื่อโควิด-19 ระบาด ออร์เดอร์เย็บผ้าถูกยกเลิก รายได้จากเดือนละ 20,000 บาท ลดเหลือเดือนละ 3,000-5,000 บาท รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ต้องนำเงินเก็บมาใช้จนหมด

เธอจึงตัดสินใจกู้หนี้นอกระบบ ครั้งแรกกู้ 10,000 บาท มาจ่ายค่าเช่าบ้าน โดยเจ้าหนี้คิดดอกร้อยละ 60 ต่อเดือน ต้องจ่ายดอกเบี้ยวันละ 200 บาท จนกว่าจะมีเงินต้นมาคืน แต่บางวันสามีป่วยไม่ได้ออกไปวิ่งรถ เจ้าหนี้เริ่มขู่จะทำร้าย จึงไปกู้เงินจากเจ้าหนี้คนอื่นเพื่อนำเงินมาจ่ายดอกเบี้ยเจ้าแรก วนแบบงูกินหาง จนล่าสุดกู้ไปแล้ว 7 เจ้า เจ้าละ 10,000 บาท รวม 70,000 บาท และต้องหาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยวันละ 2,000 บาท

สองสามีภรรยาอดทนกัดฟันจ่ายดอกเบี้ยนานกว่าครึ่งปี จนดอกเบี้ยทบต้นไปแล้ว แต่ไม่มีวี่แววว่าเงินต้นจะหมด และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเธอล้มป่วย ไม่ได้ทำงาน จึงไม่มีเงินมาจ่ายดอกเบี้ย เจ้าหนี้เริ่มข่มขู่จะทำร้ายครอบครัว หนักสุดถึงขั้นไปดักที่โรงเรียนของลูก ทั้งหมดจึงหนีมานอนนอกบ้าน เพราะเพื่อนบ้านเคยถูกซ้อมมาแล้ว ขณะนี้ลูกทั้งสองคนไม่ได้ไปโรงเรียน เรียกว่าหมดหนทางจึงตัดสินใจจะจบชีวิตพร้อมกัน 4 คน

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ผู้ที่เข้ามาให้การช่วยเหลือ บอกว่าประสานกับตำรวจ สน.มีนบุรี ให้เรียกเจ้าหนี้นอกระบบมาเจรจา และดูว่าเจ้าหนี้แต่ละคนได้ดอกเบี้ยเท่าไหร่ เพราะตอนนี้มีข้อมูลว่าบางเจ้าที่กู้มา 10,000 บาท แต่เก็บดอกเบี้ยไปแล้วกว่า 30,000 บาท ซึ่งเกินจำนวนเงินต้นไปแล้ว จึงต้องเข้ามาพูดคุยเพื่อหาทางออก เพราะครอบครัวนี้ยืนยันว่าไม่คิดจะหนีหนี้ แต่ไม่มีเงินจ่าย

ด้าน พันตำรวจเอก รัฐศักดิ์ รักสลาม รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 ยืนยันว่าจะสอบสวนขยายผลไปถึงเจ้าหนี้และจะเรียกเข้ามาพูดคุยตามประสงค์ของผู้เสียหาย แต่หากพบว่าการกระทำดังกล่าวมีหลักฐานในการเอาผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ทวงหนี้ หรือปล่อยเงินกู้นอกระบบก็จะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายด้วยเช่นกัน 

ส่วนเรื่องความปลอดภัยของผู้เสียหาย ตำรวจจะส่งรถสายตรวจไปดูแล หลังจากที่ผู้เสียหายไม่สามารถเข้าบ้านพักได้ เนื่องจากเจ้าหนี้ส่งคนดักรอ และยืนยันว่าทุกอย่างต้องอยู่บนพื้นฐานของมนุษยธรรม และไม่เป็นการทำนาบนหลังคน