เช้านี้ที่หมอชิต

สธ.กลับลำ วอนประชาชนสวมหน้ากากอนามัยต่อ

เช้านี้ที่หมอชิต - เพิ่งจะประกาศเลิกบังคับให้คนไทยสวมหน้ากากอนามัย ได้ไม่ถึง 2 สัปดาห์ ก็มีคำเตือนจากกรมควบคุมโรคว่าอย่าเพิ่งรีบผ่อนคลายการสวมหน้ากากอนามัย

สาเหตุที่ทำให้กรมควบคุมโรคมีความกังวล เกิดจากสถานการณ์โอมิครอนกลายพันธุ์ BA.4 BA.5 เข้ามายึดครองพื้นที่การระบาดในไทยมากกว่าครึ่งแล้ว โดยเพิ่มขึ้น เป็น 51.7% และมีแนวโน้ม BA.4 BA.5 จะเข้ายึดครองพื้นที่การระบาดทั่วประเทศในเร็ว ๆ นี้ ส่วน BA.2.75 ยังไม่ได้เข้าไทย  

สถานการณ์โควิด-19 ไทยพบผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยหนัก และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยว กรมควบคุมโรค คาดว่า การระบาดขาขึ้นจะยาวไปอีก 2 เดือนครึ่ง ในเดือนกันยายน ตัวเลขผู้ป่วยจะขึ้นสูงสุด หรือ พีค วันละ 4,000 คน ช่วงนี้จึงต้องระวังการแพร่เชื้อไปสู่กลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หรือ 608 ถ้าติดเชื้ออาการจะค่อนข้างมาก

ด้านนายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า แม้หายจากโควิดแล้ว 3 วัน ยังแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ จะต้องป้องกันตัวเองเต็มที่ แนะกักตัวอย่างน้อยให้ครบ 10 วัน จึงจะนับว่าปลอดภัย โดยคุณหมอ อ้างอิงจากวารสารสมาคมแพทย์อเมริกัน JAMA และใน New England Journal of Medicine มีผลการศึกษาที่คล้ายกันมาก คือเชื้อจะลดลงหลัง 7 วัน และจะพบได้น้อยมากต้องหลัง 10 วันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ติดเชื้อแบบมีอาการ หรือมีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ ระยะเวลายังคงเหมือนกัน

เช่นเดียวกันผู้ที่ฉีดวัคซีนมาแล้ว หรือ ไม่ได้ฉีดวัคซีน ระยะเวลาการแพร่เชื้อก็ไม่ได้ต่างกัน เป็นเพียงต่างกันในปริมาณของไวรัส และอัตราการตรวจพบในผู้ที่ฉีดวัคซีนมาแล้วจะน้อยกว่า แต่ระยะเวลาก็ยังคงเป็น 10 วันเหมือนเดิม

คุณหมอยง บอกให้กักตัวครบ 10 วัน แต่ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่เข้าทำงานวันนี้เป็นวันแรกหลังติดโควิด-19 เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน กักตัวเองเพียงแค่ 6 วันเท่านั้น

ส่วนคุณจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ประกาศติดโควิดพร้อมกัน ก็จะประเดิมการทำงานวันแรกด้วยการเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ รวมกักตัว 7 วัน

ขณะที่ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์หนังสือบันทึกข้อความ ประทับตราด่วนที่สุดจากนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขถึงผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตสุขภาพ 1-13 ลงวันที่ 30 มิถุนายน

โดยระบุเป็นการส่งสัญญานเตือน เตรียมพร้อมรับโควิด-19 ระลอกใหม่ ที่ให้หน่วยบริการสุขภาพในสังกัด เตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ การระบาดระลอกใหม่ที่มีแนวโน้ม ผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ เตรียมสำรองเตียง เตรียมรับผู้ป่วยหนักและการรับส่งต่อ พร้อมขอประชาชนอย่าได้ประมาท