ห้องข่าวภาคเที่ยง

เงินเฟ้อเดือนมิถุนายนพุ่ง 7.66% สูงที่สุดในรอบ 13 ปี

ห้องข่าวภาคเที่ยง - ราคาเชื้อเพลิงที่ปรับเพิ่มขึ้นแทบทุกรายการ โดยเฉพาะราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศ เดือนที่แล้วซึ่งขยับขึ้นเกือบ 40% ค่าไฟฟ้า มากกว่า 45% ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อประจำเดือนมิถุนายนพุ่ง จาก 7.1% ไปอยู่ที่ 7.66% กระทรวงพาณิชย์ ย้ำ แม้หลายคนเห็นตัวเลขแล้วอาจจะตกอกตกใจ แต่ประเทศไทยยังอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำที่สุด

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไปประจำเดือนมิถุนายน 2565 พบว่า อยู่ที่ 7.66% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน หรือสูงที่สุดในรอบ 13 ปี ซึ่งมาจากปัจจัยราคาเชื้อเพลิงขยับสูงขึ้นแทบทุกรายการ หรือสินค้าในกลุ่มพลังงาน มีอัตราการเติบโตด้านราคา สูงถึง 39.97% โดยราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 39.45%, ค่าไฟฟ้า 45.41% และก๊าซหุงต้ม เพิ่มขึ้น 12.63% ส่วนราคาอาหารในกลุ่มโปรตีนหลัก เช่น เนื้อสุกร ไก่ และไข่ไก่ ก็ปรับตัวสูงขึ้น 6.42% ตามต้นทุนการเลี้ยง และค่าขนส่ง สำหรับอัตราเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้น ยังคงเป็นไปในทิศทางเดียวกับหลายประเทศ และคาดว่าเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ หรือตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายน ยังมีโอกาสขยายตัวได้อีก โดยต้องติดตามภาวะเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิดต่อไป พร้อมย้ำว่าขณะนี้ไทยยังคงอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีเงินเฟ้อต่ำที่สุด ตามการจัดอันดับของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ โดย กระทรวงพาณิชย์ ยังคงคาดการณ์กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ อยู่ที่ 4-5% ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจะมีการทบทวนอีกครั้ง

พูดถึงภาวะเงินเฟ้อ เทียบคร่าว ๆ เหมือน ค่าเงินเราน้อยลง หรือ เช่น เงิน 100 บาทเดือนที่แล้ว มูลค่าเงินคุณหายไปมากกว่า 7 บาท 50 สตางค์แล้ว และยิ่งเงินเฟ้อปรับขึ้นมาก และกินระยะเวลานานมากก็ยิ่งกระทบต่อผู้บริโภคอย่างเรา ๆ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเงินเฟ้อยิ่งเพิ่มขึ้นก็ยิ่งส่งผ่านมาสู่ ต้นทุนราคาสินค้าต่าง ๆ ให้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะเงินเฟ้อที่มาจากภายนอก หรือเงินเฟ้อที่มาจากปัจจัยจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน

ข่าวอื่นในหมวด