#Ch7HDNews

ศาลอาญายกฟ้อง คุณหญิงกอเเก้วกับพวก คดีร่วมกันปลอมเเละใช้เอกสารปลอมโอนหุ้น 2 หมื่นล้าน

ศาลอาญายกฟ้อง คุณหญิงกอเเก้วกับพวก คดีร่วมกันปลอมเเละใช้เอกสารปลอมโอนหุ้น 2 หมื่นล้าน
เวลา 10.00 น.วันที่ 5 กรกฎาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 712 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีร่วมกันปลอมเเละใช้เอกสารสิทธิ์ปลอม หมายเลขดำ อ. 2497/2561 ที่นายเกษม ณรงค์เดช ผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัท KPN เป็นโจทก์ฟ้องคุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา ภรรยา พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา อดีตอธิบดีกรมตำรวจ, นายณพ ณรงค์เดช  บุตรชายคนกลาง และนายสุทัศน์ จิรจรัสพร เป็นจำเลยที่1-3 

โดยโจทก์นำคดีมายื่นฟ้องวันที่ 15 ส.ค.2561 ระบุฟ้องความผิดจำเลยสรุปว่า ระหว่างเกิดเหตุคดีนี้โจทก์เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท โกลเด้น มิวสิค ลิมิเต็ด จำนวน 459,109,350 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 99.99 มูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายฮ่องกง ต่อมาระหว่างวันที่ 25 เม.ย.2559 ถึง วันที่ 26มิ.ย.2561เกี่ยวเนื่องกัน คุณหญิงกอแก้ว นายณพและนายสุทัศน์ จำเลยที่ 1-3 ในคดีนี้ ร่วมกันสมคบคิดด้วยการใช้เอกสารปลอม ทำให้นายเกษมผู้โจทก์ได้รับความเสียหาย

กรณีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 พ.ค.2561 บริษัท ดีคอนส์ ฯซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษากฎหมาย ส่งหนังสือแจ้งถึงนายเกษม โจทก์ว่า ศาลฮ่องกงมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามมิให้ บริษัท โกลเด้นฯ โดยนายเกษม โอนหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) จนกว่าศาลฮ่องกงจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง หากนายเกษมฝ่าฝืนคำสั่งต้องได้รับโทษ และชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น

ภายหลังศาลฮ่องกงมีคำสั่งดังกล่าว นายเกษมได้ทำหนังสือแจ้งไปยังกรรมการบริษัท โกลเด้น ฯ เพื่อเรียกประชุมผู้ถือหุ้น โดยต้องการแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ถึงการต้องทำตามคำสั่งศาลฮ่องกงให้ผู้เกี่ยวข้องรับทราบ ระหว่างนั้นนายเกษมพบว่า มีการแต่งตั้งนายสุทัศน์ จำเลยที่ 3 ขึ้นเป็นกรรมการ บริษัท โกลเด้นฯ โดยไม่แจ้งให้ทราบมาก่อน อันเป็นพฤติการณ์ที่ส่อไปในทางไม่สุจริต รวมทั้งมีเจตนาขัดขวางไม่ให้เกิดการประชุมผู้ถือหุ้นขึ้น เนื่องจากนายเกษมต้องการให้ที่ประชุมลงมติถอดถอนนายสุทัศน์จำเลยที่ 3 ออกจากการเป็นกรรมการบริษัท พร้อมแต่งตั้งกรรมการคนใหม่ขึ้นมาแทนนายสุทัศน์

นอกจากนี้นายเกษมได้แจ้งให้นายสุทัศน์ และผู้เกี่ยวข้องทราบด้วยว่า นายเกษมไม่ยินยอมโอนหุ้นที่ถือไว้ใน บริษัท  โกลเด้นฯ ให้กับใครทั้งสิ้น เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งศาลฮ่องกง หากนายสุทัศน์ จำเลยที่ 3 หรือ บริษัท โกลเด้นฯ ได้รับข้อมูลการโอนหุ้นที่นายเกษมเป็นผู้ถือครอง ให้ถือว่าเป็นข้อมูล หรือเอกสารที่เป็นเท็จ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ต่อมาวันที่ 19 มิ.ย.2561 นายเกษมได้รับแจ้งว่า กรรมการ บริษัท โกลเด้นฯ มีมติและอนุมัติการโอนหุ้นจำนวน 459,103,350 หุ้น ซึ่งเป็นหุ้นทั้งหมดของนายเกษม ไปให้คุณหญิงกอแก้ว จำเลยที่ 1 โดยมีการตั้งตัวแทนระหว่างนายเกษมกับคุณหญิงกอแก้ว ระบุว่า มีการตกลงใช้ตราสารการโอนหุ้น และเอกสารต่าง ๆ ที่นายเกษมเป็นผู้ลงลายมือชื่อยินยอม แต่จากการตรวจสอบเอกสารพบว่า นายเกษมไม่ได้เป็นผู้ลงลายมือชื่อดังกล่าว แต่กลับถูกปลอมแปลงลายมือชื่อขึ้น เกิดจากการสมคบคิดกันของคุณหญิงกอแก้ว นายณพและนายสุทัศน์ จำเลยที่ 1-3  โดยจำเลยทั้งสามร่วมกันปลอมแปลงเอกสารสิทธิ ตราสารการโอนหุ้น ที่นายเกษมถือครองใน บริษัท โกลเด้นฯ ให้คุณหญิงกอแก้ว โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1-3 ตามความผิดด้วย

คดีนี้ศาลชั้นต้น ไต่สวนมูลฟ้องโจทก์แล้วเห็นว่า คดีไม่มีมูลเพียงพอ ให้ยกฟ้อง โจทก์ยื่นอุทธรณ์ ต่อมาศาลอุทธรณ์ พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นรับคดีไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดี และได้รับการประกันตัว โดยศาลมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์

นายวิญญัติ ชาติมนตรี  ที่ปรึกษากฎหมายคดีนี้ กล่าวถึงเหตุผลที่ศาลยกฟ้องว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมา ยังไม่สามารถรับฟังได้ว่า เอกสารดังกล่าว เป็นเอกสารปลอม นอกจากนี้ ศาลยังได้วินิจฉัยอีกว่า การลงทุนซื้อหุ้นวินด์ฯ จากผู้ถือหุ้นเดิมนั้น นายณพ ได้เป็นผู้ดำเนินการและเป็นผู้รับผิดชอบชำระค่าหุ้นด้วยตนเอง โดยครอบครัวณรงค์เดชไม่ได้มีส่วนร่วมในการลงทุน และไม่ได้มีการนำเครดิตของครอบครัวณรงค์เดช มาใช้ประกอบการขอสินเชื่อจากธนาคารแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีพยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า นายเกษมเป็นผู้ลงลายมือชื่อในเอกสารต่าง ๆ ด้วยตนเองจำนวนหลายฉบับ ดังนั้นพยานหลักฐานโจทก์จึงไม่พอรับฟังได้ จึงมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง

นอกจากนี้ศาลยังให้เหตุผลอีกว่า เอกสารที่นายเกษม ณรงค์เดช อ้างว่ามีการปลอมนั้น เอกสารดังกล่าวได้เคยถูกส่งไปตรวจสอบมาก่อนในคดีที่คุณหญิงกอแก้ว แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.คลองตันว่า นายเกษม ยักยอกหุ้นของคุณหญิงกอแก้วไป  ซึ่งผู้เชี่ยวชาญก็ไม่ได้ให้ความเห็นว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมแต่อย่างใด ที่สำคัญจำเลยทั้งสามก็มีผู้เชี่ยวชาญที่ขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานศาลยุติธรรมมาเบิกความเป็นพยานยืนยันว่า ผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวได้ตรวจสอบลายมือชื่อนายเกษม แล้วลงความเห็นว่า ไม่ใช่ลายมือชื่อปลอม นอกจากนี้ จำเลยทั้งสามยังมีที่ปรึกษากฎหมายมาเบิกความเป็นพยานยืนยันอีกว่า ทนายความเป็นผู้จัดทำเอกสารเกี่ยวกับการลงทุนในบริษัท วินด์เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด และนายเกษมต้องลงชื่อในเอกสารดังกล่าวหลายฉบับ ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่นายเกษม เอง ได้ยอมรับว่า ตนเองได้ลงลายมือชื่อในเอกสารเกี่ยวกับการลงทุนในบริษัท วินด์ฯจำนวนหลายฉบับ

คุณหญิงกอแก้ว เปิดเผยหลังหลังการพิจารณาเสร็จสิ้น ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีแต่ตนที่ถูกกล่าวหามาถูกรังแกมาโดยตลอด ที่เงียบไม่ได้ออกมาตอบโต้ไม่ใช่หมายความว่าเราผิด แต่ว่าเรารอกระบวนการของศาล และบัดนี้ความจริงก็ปรากฏแล้ว พิสูจน์แล้วว่าเราบริสุทธิ์ วันนี้ต้องขอบคุณศาลที่ท่านให้ความยุติธรรมกับเรา นอกจากนี้ยังมีอีกหลายคดีที่ถูกฟ้องในลักษณะเดียวกัน ซึ่งเราก็ต้องสู้กันต่อ ส่วนเรื่องการฟ้องกลับต้องรอปรึกษากับครอบครัวก่อน ความจริงก็คือความจริง เพราะที่ผ่านมาตนไม่เคยเอาเปรียบคดโกงใคร

ด้านนายนพ ณรงค์เดช กล่าวภายหลังว่า ขอขอบคุณศาลและทุกกำลังใจ สิ่งที่ตนเป็นห่วงตอนนี้คือสุขภาพคุณพ่อ บังเอิญว่าก็เพิ่งทราบจากสื่อมวลชนว่าต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ และตอนนี้สิ่งที่อยากทำคือจะไปกราบคุณพ่อและเล่าความจริงให้ฟังว่า ตนไม่เคยปลอมลายเซ็นต์คุณพ่อ ทำทุกอย่างด้วยความถูกต้อง และขอฝากสื่อมวลชนว่า จริงๆ แล้วอยากขอเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า จะไม่ทำให้คุณพ่อและแม่ผิดหวังในตัวลูกคนนี้
ส่วนคดีที่อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอาญากรุงเทพใต้นั้นก็มีลักษณะมูลเหตุคล้ายๆกัน เป็นเรื่องรายละเอียดและข้อเท็จจริงที่มีทีมทนายความดูแลปรึกษาอยู่ คงต้องขอให้เวลาในการพิสูจน์สู้คดีกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง