ข่าวออนไลน์7HD

วิกฤตเศรษฐกิจลาว

วิกฤตเศรษฐกิจลาว
#เศรษฐศาสตร์ตลาดสด จะมาสรุปภาพรวมเศรษฐกิจลาวในวันนี้ ที่อาจนำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจในประเทศลาวในอีกไม่กี่วันหรือเดือนข้างหน้า

อัตราเงินเฟ้อในประเทศลาวเพิ่มขึ้น

- อัตราเงินเฟ้อเคยอยู่ต่ำเกือบ 0% เมื่อปี 2560 แต่ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา อัตราเงินเฟ้อปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสูงกว่า 6% ในเดือนธันวาคม 2562

- ในช่วงการระบาดโควิด-19 ปี 2563 การปิดประเทศและลดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลงมาตลอดทั้งปีจนมาอยู่ที่ 1.91% เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564

- เมื่อทั่วโลกรวมถึงประเทศลาวเริ่มมีการเปิดประเทศในปลายไตรมาส 1 ของปี 2564 อัตราเงินเฟ้อก็ขยับสูงขึ้นมาเรื่อยๆ จนมาอยู่ที่ 12.8% ในเดือนพฤษภาคม 2565

- การเพิ่มสูงขึ้นของอัตราเงินเฟ้ออย่างก้าวกระโดดในปี 2565 (จาก 6.25% ในเดือนมกราคม 2565 มาเป็น 12.8% ในเดือนพฤษภาคม 2565) ส่วนหนึ่งเป็นเพราะราคานำเข้าของน้ำมันและปุ๋ยเพิ่มสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตสินค้าในประเทศลาวเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

เหตุของอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น

- ลาวเป็นประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและเชื้อเพลิงมาใช้ในประเทศ มูลค่าการนำเข้าน้ำมันและเชื้อเพลิงคิดเป็น 14% ของมูลค่าการนำเข้ารวมทั้งหมด นั่นจึงทำให้ลาวมีอัตราเงินเฟ้อลดต่ำลงในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกลดลงในช่วงปี 2563 อันเป็นผลจากการปิดประเทศทั่วโลกและการลดลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก และอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้น

- มูลค่าการนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์คิดเป็น 12% ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด การผลิตชิปวงจรรวมลดลงในช่วง 2 ปีก่อน เหตุเพราะการระบาดโควิด-19 อย่างหนักและการประสบภัยพิบัติในประเทศผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้มีสต๊อกลดลง เมื่อมีการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั่วโลกในช่วงกลางปี 2564 ทำให้ความต้องการชิปวงจรรวมเพื่อใช้ในการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมถึงรถยนต์เพิ่มมากขึ้น เมื่อมีการผลิตไม่ทันกับความต้องการ ทำให้ราคาชิปวงจรรวมถูกผลักให้สูงขึ้น ราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จึงเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก

- ราคาอาหารภายในประเทศลาวเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปี 2565 อัตราการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากที่เคยเพิ่มขึ้น 2.7% ในเดือนธันวาคม 2564 มาเป็น 6.1% ในเดือนมีนาคม 2565 และ 8.2% ในเดือนพฤษภาคม 2565 หรือก็คือ อาหารมีราคาสูงกว่าปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ดี ลาวซึ่งเป็นประเทศที่ส่งออกแร่ธาตุ (มูลค่าส่งออกแร่ธาตุคิดเป็น 11% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด) ได้อานิสงส์ของราคาแร่ธาตุที่เพิ่มสูงขึ้นในตลาดโลก ทำให้ดุลการค้าของลาวในปี 2565 เกินดุล หลังจากที่ขาดดุลติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2555 จนถึง 2563

ความอ่อนแอทางเศรษฐกิจ

- การค้าระหว่างประเทศของลาวอยู่ในภาวะขาดดุลติดต่อกันมาอย่างยาวนาน 9 ปี (ระหว่างปี 2555 – 2563)

- ดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2555 แม้ว่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน 

- ถึงกระนั้น กองทุนสำรองระหว่างประเทศของลาว เพิ่มขึ้นมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา โดยเพิ่มจาก 200 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐมาอยู่ที่ 1,262 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

- ปัญหาหลัก คือ หนี้ต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นมาตลอด 25 ปี จาก 900 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี 2540 มาอยู่ที่ 10,600 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในปี 2565

- ประเทศลาวขาดดุลการคลังติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่ปี 2543 แม้ว่าในแต่ละปีจะมีสัดส่วนการขาดดุลต่อ GDP อยู่ระหว่าง 4-7% แต่การขาดดุลติดต่อกัน ทำให้ภาวะการคลังของลาวตึงตัว และอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้สาธารณะที่ก่อไว้ จึงมีการคาดการณ์มาตั้งแต่ปี 2563 ว่ารัฐบาลลาวอาจมีการผิดนัดชำระหนี้ต่างประเทศในอนาคตอันใกล้

- สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 36.52% ในปี 2554 มาอยู่ที่ 55.66% ในปี 2565 โดยมีหนี้ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของหนี้ต่างประเทศ หากเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น จะทำให้ภาระหนี้ต่างประเทศของลาวเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเข้าสู่ภาวะวิกฤตได้

- ในปี 2560 IMF ได้ทำการวิเคราะห์ระดับหนี้สาธารณะของประเทศลาวและแนะนำว่ารัฐบาลลาวควรปรับกลยุทธ์ทางการคลัง เพื่อลดภาระหนี้ในรูปเงินตราระหว่างประเทศที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากหากค่าเงินลาวลดลงเมื่อเทียบกับเงินตราต่างประเทศ อาจทำให้ประเทศลาวเข้าสู่ภาวะวิกฤตได้

ต้นทุนทางการเงิน หรือ อัตราดอกเบี้ย

- เมื่อภาวะเศรษฐกิจของประเทศลาวมีความเสี่ยงมากขึ้น การกู้ยืมจากต่างประเทศเพื่อมาหมุนเวียนชำระหนี้เดิมก็จะทำได้ยากขึ้น นอกจากจะยอมจ่ายดอกเบี้ยเพื่อดึงดูดนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูงชดเชยการเผชิญความเสี่ยงที่สูงขึ้น

- เมื่ออัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้หรือสินเชื่อเอกชนก็จะสูงขึ้นตาม ทำให้ภาระหนี้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น

ความสามารถในการชำระหนี้ที่ด้อยลงและหนี้ต่างประเทศที่สูงขึ้น ที่มาพร้อมกับอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามความเสี่ยงของประเทศและเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นในตลาดโลก อาจทำให้รัฐบาลลาวและภาคเอกชนในลาวอาจไม่สามารถชำระหนี้ต่างประเทศได้ตรงตามกำหนด และเมื่อประกอบกับอัตราเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น โอกาสที่ประเทศลาวจะประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจในไม่ช้าก็เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านหรือแหล่งทุนในต่างประเทศที่เคยให้ประเทศลาวกู้ยืมตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี

ข่าวอื่นในหมวด