เช้านี้ที่หมอชิต

ตำรวจคุมตัวผู้ต้องสงสัยฆ่าเจ๊แดง หลังหนีจากพื้นที่ นับตั้งแต่เกิดเหตุ

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจบึงกาฬ คุมตัวผู้ต้องสงสัย 1 ราย พร้อมขยายผลตรวจบ้านพักในตำบลป่งไฮ อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เบื้องต้นผู้ต้องสงสัยถูกคุมตัวไปสอบปากคำถึง 2 ครั้ง แต่ยังปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเจ๊แดง

นี่คือภาพปฏิบัติการ หลังชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจ สภ.ป่งไฮ โดยตำรวจแยกกันเป็น 2 ชุด ตรวจบ้านหลังสีเขียว ซึ่งเป็นบ้านของผู้ต้องสงอายุ 40 ปี ที่จับได้ก่อนหน้านี้ ส่วนอีกจุดเป็นป่ายางพารา ในตำบลเดียวกัน เพื่อหาตัวผู้ต้องสงสัย ที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของนางอนัญญา บุญปากดี หรือ เจ๊แดง อายุ 47 ปี เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งถูกฆ่าปาดคอทิ้งไว้ที่ชั้นล่างของบ้านเจ๊แดง ซึ่งเป็นร้านขายของชำ

ตำรวจ สภ.ป่งไฮ ได้ตัวผู้ต้องสงสัยอายุ 40 ปี หลังพบว่าหายตัวไปในคืนเกิดเหตุ ซึ่งชายคนนี้มีความสัมพันธ์คือเป็นลูกค้าประจำร้านเจ๊แดง ชอบมาเติมเงินโทรศัพท์ และยังหายตัวไปจากพื้นที่ในคืนเกิดเหตุ ซึ่งตำรวจสอบปากคำ และเก็บตัวอย่าง DNA ลายนิ้วมือแฝงไปแล้ว และมีการสอบปากคำถึง 2 ครั้ง เจ้าตัวยังปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของเจ๊แดง แต่ตำรวจพบว่าตามร่างกายของผู้ต้องสงสัยรายนี้มีร่องรอยการขีดข่วนตามใบหน้าและแขน และหากเทียบกับวงจรปิดที่บันทึกภาพชายต้องสงสัยเดินออกจากหลังบ้านเจ๊แดง พบว่ามีลักษณะท้วมเหมือนกัน โดยเมื่อวานพนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องกับเจ๊แดง อีก 5 ปาก รวมเป็น 20 ปาก

ส่วนผลการตรวจร่างกายของเจ๊แดง พบว่ามีเส้นผม และเศษเล็บติดฝังอยู่ในศพของเจ๊แดง ซึ่งต้องรอผลชันสูตรและทางทางนิติอีกครั้ง

ด้าน ลูกเจ๊แดง บอกกับทีมข่าวว่า ทางครอบครัวตัดสินใจจะไม่เผาศพแม่ จนกว่าจะจับคนร้ายตัวจริงได้ เพราะกลัวไม่ได้รับความยุติธรรม เกรงเผาศพแล้วคดีจะเงียบ และการจับคนร้ายล่าช้า ตอนนี้ครอบครัวเชื่อว่าปมสังหารเกิดจากการทะเลาะเบาะแว้งแล้วผิดใจกันจึงฆ่า หรือฆ่าเพราะมีความโกรธแค้น ไม่ใช่การฆ่าชิงทรัพย์แล้ว เนื่องจากตัวลูกชายพบทรัพย์สินที่หายไปในวันเกิดเหตุ เป็นทองรูปพรรณต่าง ๆ ที่ตอนแรกเข้าใจผิดว่าคนร้ายเอาไปหลังฆ่าแม่ โดยแม่เก็บไว้ในกระเป๋าส่วนตัวของลูกชาย ทำให้ทรัพย์สินตอนนี้ที่หายไปหลังเกิดเหตุมีเพียงกระเป๋าคาดเอว 1 ใบ และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง

ส่วนมูลเหตุของการก่อเหตุ ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ไม่ว่าจะเป็นฆ่าชิงทรัพย์ ชู้สาว หรือหนี้สิน และจะเร่งสืบสวนสอบสวนเพื่อหาพยานหลักฐานนำตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ และขอให้ประชาชนให้เวลาเจ้าหน้าที่ในการคลี่คลายคดี เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นาน