เช้านี้ที่หมอชิต

ฤดูปลูกข้าวทะเลสาบ หนึ่งเดียวในไทย

เช้านี้ที่หมอชิต - ช่วงนี้ถึงฤดูปลูกข้าวแล้ว ซึ่งชาวบ้านที่จังหวัดพัทลุง ก็เริ่มวิถีดำนาปลูกข้าวในทะเลสาบสงขลา หนึ่งเดียวในไทย แต่ปีนี้ต้องเผชิญภัยธรรมชาติเปลี่ยนแปลง แตกต่างจากในอดีต ติดตามจากรายงานคุณเตชะวัฒน์ สุขรักษ์

ทะเลสาบสงขลา ถูกขนานนามเป็นทะเลสาบสามน้ำ "น้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม" เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของชาวบ้านรอบทะเลสาบ ทำมาหากินกันตั้งแต่บรรพบุรุษ

หลังโรงเรียนวัดปากประ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เป็นอีกแห่ง ที่มีวิถีชีวิตต่างจากที่อื่น ชาวบ้านที่นี่ปลูกข้าวกันในทะเลสาบ ตั้งแต่รุ่นปู่ยาตายายถึงปัจจุบัน ก็ยังรักษาไว้สู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เป็นหนึ่งเดียวในไทยเท่านั้น ปีนี้ถึงฤดูกาลปลูกข้าวแล้ว ก็เริ่มถอนต้นกล้าที่หว่านเมล็ดพันธุ์ไว้เมื่อ 1 เดือนก่อน 

ได้ต้นกล้าแล้ว ก็พากันเดินลงไปแปลงดำนาริมฝั่งทะเลสาบทันที ที่นี่เรียกการชักชวนเพื่อนบ้านให้มาช่วยดำนำว่า ออกปาก แทนลงแขก เมื่อถึงจุดหมาย แต่ละคนก็ยืนเรียงหน้ากระดาน เริ่มลงมือดำนาเพื่อความเป็นระเบียบ และความสวยงามของต้นข้าว

แต่การดำนาในทะเลสาบสงขลา ก็ต้องระวัง หลังปักดำแต่ละต้นแล้ว ก็ต้องเดินถอยหลัง จนกว่าจะหมด งานนี้ที่บอกว่าต้องระวัง เพราะบางช่วงน้ำขึ้น​สูง

ชาวบ้านบอกว่า ปีนี้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง น้ำขึ้นลงไม่เป็นเวลาเหมือนปีก่อน ๆ และช่วงที่ทีมข่าวกำลังดำนา น้ำก็ขึ้นสูง แต่ไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็ลดลงอีกครั้ง ปกติช่วงนี้ของทุกปี ชาวบ้านบอกว่า จะดำนาเสร็จแล้ว แต่ปีนี้ถือว่าล่าช้าเป็นอย่างมาก

ชาวบ้านบอกว่า ต้องปรับตัวรับมือสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เมื่อน้ำลดต่ำที่สุดก็ลงมือทันที ส่วนพันธุ์ข้าว ปีนี้ใช้พันธุ์ กข.55 ที่ทนสภาพดินฟ้าอากาศ 1 ไร่ ได้ผลผลิต 700 - 800 กิโลกรัม และเรื่องสำคัญ ระหว่างปลูก ​3 เดือน ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี เพราะพื้นที่นี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุ ปุ๋ยจากธรรมชาติล้วน ๆ จึงกลายเป็นข้าวอินทรีย์ นำไปขาย ก็ได้ราคาดี ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น

หากนักท่องเที่ยวมาเที่ยวพักผ่อนชมยอยักษ์ คลองปากประ แล้ว ไม่ควรพลาดจุดชมวิวหลังโรงเรียนวัดปากประ มีหอคอยสูง 10 เมตร ให้ชมพระอาทิตย์ทอแสงโผล่พ้นขอบฟ้าในยามเช้า ยามเย็นก็รับลมชมวิวทิวทัศน์ทะเลสาบสงขลา​ สวยงามไม่แพ้จุดอื่น