ข่าวภาคค่ำ

คอลัมน์หมายเลข 7 : ส่องคดีทุจริตถุงมือยาง อคส.หลัง ป.ป.ช.ไต่สวนแล้วเสร็จ

ข่าวภาคค่ำ - คอลัมน์หมายเลข 7 วันนี้ ตามต่อคดีทุจริตถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า หรือ อคส. ซึ่งเป็นประเด็นที่เราเกาะติดมาต่อเนื่อง ความคืบหน้าในการไต่สวนไปถึงไหน โอกาสเรียกเงินที่เสียหายกว่า 2,000 ล้าน ใกล้ความจริงหรือยัง ติดตามกับ คุณสุธาทิพย์ ผาสุข

ตัวเงิน 2,003 ล้านบาท ที่คณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางละเมิด สรุปออกมา และกำหนดให้ผู้บริหาร อคส. กับพวก 7 คน ต้องชดใช้ความเสียหาย กรณีทุจริต ทำสัญญาลวง จัดซื้อถุงมือยาง 500 ล้านกล่อง มูลค่า 112,500 ล้านบาท โดยถอนเงินฝากประจำที่มีอยู่ 2,300 ล้านบาท ไปวางมัดจำ ทำสัญญากับบริษัท การ์เดียนโกลฟส์ จนสถานะการเงินเกือบขาดสภาพคล่อง ซึ่งปรากฎเป็นข่าวฉาว เมื่อปี 2563

วันนี้ผ่านมาร่วม 2 ปี จำนวนเงินต้นที่เป็นค่าเสียหาย ไม่รวมดอกเบี้ย และค่าเสียโอกาสทางธุรกิจยังไม่ได้คืน สิ่งที่เกิดขึ้น มีเพียงบทสรุปลงโทษทางวินัย ไล่ข้าราชการ 3 คน ที่ถูกกล่าวหา พ้นสภาพออกจากราชการเท่านั้น

แม้ อคส.จะยังไม่สามารถเรียกเงินคืนกลับมาได้ครบตามจำนวนความเสียหาย แต่ในส่วนของปฏิบัติการขยายผล ไล่บี้ตัวการ และกลุ่มคนที่ทุจริตฉ้อฉลต่อเงินภาษีประชาชน ซึ่งเชื่อว่าทำเป็นขบวนการ ก็งวดเข้ามาทุกที เพราะล่าสุด มีรายงานว่าทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการไต่สวนสำนวนเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และอยู่ที่กรรมการ ป.ป.ช.ใหญ่จะพิจารณา ว่าจะมีการกล่าวโทษใครบ้าง

ขณะที่อดีตนักตรวจสอบเงินแผ่นดิน กังวลว่า ที่สุดแล้ว คดีนี้ ถึงแม้จะหาตัวผู้กระทำผิดได้ และมีคำสั่งให้ผู้ทำผิดต้องร่วมชดใช้ตามกฎหมาย แต่ประเทศก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการแบกรับภาระความเสียหายที่เกิดจากกระบวนการทุจริตได้

3 รายชื่อผู้ที่ถูกกล่าวหา ว่ามีส่วนพัวพันการทุจริต ภายใน อคส. ขณะนี้มีเพียง 3 คน ประกอบด้วย พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ พุทธิยาวัฒน์, อดีตรักษาการผู้อำนวยการ อคส. และเจ้าหน้าที่บริหาร ระดับ 8 อีก 2 คน ซึ่งที่ผ่านมา พวกเขาปฏิเสธข้อกล่าวหา อ้างว่าดำเนินการตามระเบียบและทำตามนโยบายมาโดยตลอด แต่การสอบสวน ของ อคส. ล่าสุดพบว่ามี เจ้าหน้าที่ ระดับ 5 อีกคน ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

สุดท้ายแล้ว เส้นทางการขยายผลเอาผิด ผู้ร่วมขบวนการทุจริตจัดซื้อถุงมือยางขององค์การคลังสินค้า ที่สร้างความเสียหายให้กับรัฐกว่า 2,000 ล้านบาท จะสาวไปถึงตัวการใหญ่ และผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด หรือ จะถูกตัดตอน ยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามใกล้ชิด