ข่าวออนไลน์7HD

ชื่นชมนักเรียนหญิง ม.6 น้ำใจงาม เลิกเรียนช่วยงานวัดเผาศพผู้ป่วยโควิด ภูมิใจเป็นจิตอาสา ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ชื่นชมนักเรียนหญิง ม.6 น้ำใจงาม เลิกเรียนช่วยงานวัดเผาศพผู้ป่วยโควิด ภูมิใจเป็นจิตอาสา ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
วันนี้ (6 ก.ค. 65) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา ภายในวัดเสาธงหิน ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี มีเด็กนักเรียนหญิงชั้นมัธยมปลาย สวมใส่ชุดนักเรียนทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยไวยาวัจกร นำสวดมนต์และทำหน้าที่เผาศพผู้เสียชีวิต คือ น.ส.จันจิรา จันทร์แย้ม หรือ น้องน้ำหวาน อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนนนทบุรีวิทยาลัย ขณะที่ชาวบ้านที่เข้ามาใช้บริการของทางวัด ต่างชื่นชมในความมีจิตอาสาและความดีในสิ่งที่น้องนำหวานทำ

น้องน้ำหวาน เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เผาศพของวัดเสาธงหินไม่มีประจำ ตนจึงขอวิชาความรู้มาจากพี่ต๋องซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ฌาปนสถาน หรือ สัปเหร่อ ของวัดบางรักใหญ่ มาใช้ในการเผาศพให้วัดเสาธงหิน ซึ่งตนช่วยเหลือทางวัดเสาธงหินมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ระบาดแรกๆ ตนรู้สึกยินดีและดีใจที่ได้ช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือทางวัด ขณะเดียวกันก็จะไม่ทิ้งการเรียนอย่างแน่นอน สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ทางอาจารย์ที่โรงเรียนก็ทราบแล้วว่าตนคอยช่วยเหลือทางวัดอยู่ และอยากให้ทุกคนที่กำลังเรียนอยู่ขอให้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

ส่วนขั้นตอนในการเผาศพ คือ 1. เติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่หลังเมรุเพื่อเตรียมสำหรับเผาศพ 2. รอศพผู้ปวยโควิด-19 มาเตรียมเปิดประตูเตาเผา 3.ทำการขอขมาศพ 4.ทำการเผาศพ และ 5.เก็บอัฐิ ซึ่งการเผาศพผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ตนรู้ว่าเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แต่ตนก็ไม่รู้สึกกลัวเพราะทุกครั้งที่ทำพิธีเผาศพผู้ป่วยโควิด-19 ตนป้องกันตัวเองเป็นอย่างดี ทั้งนี้ตนเคยติดเชื้อโควิด-19 มาแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่เกี่ยวกับการเผาศพแต่อย่างใด

พระครูปลัดไพฑูรย์ ฐิตาวิทูโร เจ้าอาวาสวัดเสาธงหิน กล่าวว่า น้องน้ำหวานเริ่มมาช่วยงานทางวัดเสาธงหินตั้งแต่การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตั้งแต่ช่วงแรก โดยมาช่วยงานทุกอย่าง เช่น การอาราธนาศีล อาราธนาธรรม รวมถึงการเผาศพผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ก่อนหน้านี้ น้องน้ำหวานเคยบวชชีพราหมณ์มาก่อน จึงมีพื้นฐานในการอาราธนาศีล และอาราธนาธรรม ซึ่งนิสัยส่วนตัวของน้องน้ำหวาน อาตมาคิดว่าเป็นเด็กดี มีน้ำใจ ชอบช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าตัวเองจะลำบากแค่ไหน ซึ่งอาตมาไม่เคยให้น้องน้ำหวานเสียการเรียน และจะสอนน้องน้ำหวานเสมอว่า การเรียนนั้นจะต้องมาก่อนเสมอ ส่วนการช่วยเหลือสังคมให้ตามมาทีหลัง ถึงแม้ว่า ครอบครัวของน้องน้ำหวานไม่ได้ร่ำรวย หาเช้ากินค่ำ รายได้มาจากการขายกล้วยปิ้ง แต่ทุกคนในครอบครัวของน้องก็ช่วยกันทำมาหากิน

ถ้าหากที่วัดไม่มีการฌาปนกิจศพ น้องน้ำหวานก็จะไปช่วยเหลือพ่อแม่ขายกล้วยปิ้ง แบ่งเบาภาระของครอบครัวไปได้เยอะ ทั้งนี้อาตมาอยากฝากถึงเด็ก เยาวชน วัยรุ่นทุกคน ให้มองน้องเป็นน้ำหวานเป็นแบบอย่างในการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ มีการแบ่งเวลามาช่วยเหลือสังคม จะทำให้สังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้น ส่วนการฌาปนกิจศพของวัดเสาธงหินนั้นจะไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น และจะไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ ไม่ว่าจะรวยหรือจน ทุกอย่างฟรีหมด