เช้านี้ที่หมอชิต

ตรวจค้น 9 จุด ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ หลอกโอนเงิน

เช้านี้ที่หมอชิต - ตำรวจทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มาตั้งฐานปลอม IP Address ในไทย แอบอ้างเป็นคอลเซนเตอร์ของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ โทรไปหลอกลวงลูกค้าให้โอนเงินให้ แลกกับการตัดยอดค่าโทรศัพท์ที่ค้างชำระ รวมถึงหลอกว่าลูกค้ามีการติดต่อกับแก๊งค้ายาเสพติด หลอกให้โอนเงินไปให้ตำรวจตรวจสอบ ตำรวจตามจับกุมคนร้ายแก๊งนี้มาได้

ตำรวจกองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท. หรือ ตำรวจไซเบอร์ และตัวแทนบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ AIS ร่วมกันตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 9 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อทลายเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดย 1 ในเป้าหมายที่เข้าตรวจค้น เป็นห้องเช่า 2 ห้อง ในแมนชันย่านบางนา สามารถจับกุมนายสุรชาติ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน นอกจากนี้ ยังควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้สอบสวนอีก 3 คน ส่วนของกลางที่ยึดได้เป็นเครื่องส่งสัญญาณตำแหน่งอุปกรณ์สื่อสาร หรือ IP PBX จำนวน 43 เครื่อง และเราเตอร์ชนิดที่ใส่ซิมโทรศัพท์มือถือได้ จำนวน 30 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร และโทรศัพท์มือถืออีกจำนวนหนึ่ง

การตรวจค้นในครั้งนี้ ตำรวจได้รับการประสานข้อมูลจากผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ AIS ว่ามีผู้ร้องเรียนว่ามีคอลเซ็นเตอร์ของผู้ให้บริการฯ ติดต่อไปแจ้งว่าค้างชำระค่าโทรศัพท์ ทั้งที่มีการจ่ายเงินตรงตามกำหนดทุกเดือน รวมถึงมีผู้เสียหายร้องเรียนกับศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ว่ามีผู้ติดต่อไปหลอกผู้เสียหายว่าได้ข้อมูลมาจากตำรวจว่าผู้เสียหายเคยติดต่อกับแก๊งค้ายาเสพติด ขู่ให้โอนเงินในบัญชีธนาคารไปให้ตำรวจตรวจสอบความโปร่งใส

ตำรวจจึงเริ่มแกะรอยหาฐานที่ตั้งที่ใช้ในการกระทำความผิด พบว่าคนร้ายแก๊งนี้จะใช้อุปกรณ์ส่งสัญญาณโทรศัพท์จากซิมมือถือ ไปให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ใช้โทรฯ มาหลอกผู้เสียหาย หลังจากเดิมคนร้ายจะใช้เบอร์ที่ขึ้นต้นด้วยหมายเลข +697 แต่คนส่วนใหญ่รู้ว่าเป็นเบอร์หลอกลวง และจะตัดสายทิ้ง จึงต้องใช้อุปกรณ์ที่ส่งสัญญาณจากเบอร์ซิมโทรศัพท์มือถือที่ใช้ในประเทศ เพื่อไม่ให้เหยื่อผิดสังเกต

สำหรับอุปกรณ์ที่ตรวจยึดได้ แต่ละเครื่องสามารถบรรจุซิมได้ 32 ซิม โทรได้ซิมละ 500 ครั้งต่อวัน ดังนั้น ใน 1 เดือน จะสามารถโทรได้มากถึง 20 ล้านครั้ง ทำให้มีผู้ถูกหลอกลวงจำนวนมาก หลังจากนี้ จะทำการตรวจสอบว่ามีการนำเข้าเครื่องส่งสัญญาณชนิดนี้ได้อย่างไร รวมถึงจะนำซิมโทรศัพท์มือถือที่ยึดได้ทั้งหมด ไปตรวจสอบชื่อผู้จดทะเบียน เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ ส่วนผู้บงการที่อยู่เบื้องหลัง พบว่าเป็นชาวต่างชาติ ขณะนี้รู้สัญชาติแล้ว อยู่ระหว่างขยายผลเพื่อจับกุมตัวต่อไป

กสทช. ยกระดับมาตรการ แก้ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์
ขณะที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.เร่งกวดขันให้ผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายให้ลงทะเบียน และจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ กรณีใช้บัตรประชาชนใบเดียวลงทะเบียนซิมมากกว่า 5 เลขหมาย ต้องแสดงตนที่ศูนย์บริการ ป้องกันมิจฉาชีพนำซิมไปใช้หลอกลวงประชาชน หลังจากพบปริมาณผู้ขอลงทะเบียนเปิดซิมการ์ดกับตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 5 หมายเลข จำนวนสูงมาก

ทั้งนี้บอร์ด กสทช.เคาะเบื้องต้นให้ปรับเงินไม่ต่ำกว่าวันละ 1 ล้านบาท หากผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ภายใน 30 วัน

ข่าวอื่นในหมวด